แม่สายยังวิกฤตหมอกควันทะลุ 300 ไมโครกรัม

ดู 1,493 ครั้ง
ประจำวันที่ 31 มีนาคม 2562

บรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแเดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พบยังอยู่ภาวะวิกฤต เนื่องจากยังคงมีหมอกควันไฟปกคลุมอย่างหน้าแน่นจนท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองส้มออกแดง โดยกรมควบคุมมลพิษได้ตรวจวัดสภาพฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ หรือ พีเอ็ม 2.5 และค่าพีเอ็ม 10 ทะลุขึ้นไปสูงกว่า 300 ไมโครกรรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ทำให้ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ตลอดจนนักท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันอันตรายจากฝุ่นละออง 

เทศบาลตำบลแม่สายและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องระดมรถนำเข้าทำการฉีดพ่นละอองน้ำสร้างความชุ่มชื้นทางอากาศ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองให้เบาบางลง เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะให้กับชาวบ้าน โดยปัญหาหลักยังคงเกิดการเผาไร่และเผาป่าในพื้นที่ชาแยดนทั้งฝั่นประเทศเมียนมาและประเทศไทย โดยทางชาวบ้านอยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำฝนหลวงหรือฝนเทียม เพื่อชำระล้าง เนื่องจากรอฝนจากธรรมชาติยังไม่มีวี่แววว่าจะเกิดขึ้นทั้งนี้หลายงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีการเปิดขอรับบริจาคหน้ากากอนามัยจากผู้มีจิตศรัทธาเพื่อนำมาแจกจ่ายประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะหน้ากาก n95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่ป้องกันฝุ่นได้ดี แต่เนื่องจากหน้ากากมีราคาสูงและในพื้นที่ขาดตลาด 

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประสานขอความร่วมมือกับทางอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งทั้ง 18 อำเภอให้ระดมฉีดพ่นละอองอย่างต่อเนื่อง วันละอย่างน้อย 1-2 รอบ เพื่อลดปริมาณหมอกควัน หากสถานการณ์ยังไม่มีคลี่คลายหรือรุนแรงขึ้นก็เตรียมที่จะประสานขอเครื่องบินเพื่อมาโปรยน้ำทางอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาช่วยอีกทางหนึ่ง โดยยังประกาศงดเผาในพื้นที่ทุกชนิดจนถึงวันที่ 15 เมษายน 2562 

ทั้งนี้มีรายงานว่าอาสาสามัครชาวบ้าน ที่เข้าไปดับไฟเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามต่อไป แต่ขณะที่ปฏิบัติการ นายอาโล๊ะ อาซังกู่ อายุ 62 ปี ซึ่งถือบัตรประจำตัวไม่มีสัญชาติไทย และได้ร่วมในการดับไฟเกิดพลัดตกจากภูเขาศีรษะกระแทกพื้นจนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลังเกิดเหตุชาวบ้านช่วยกันเก็บกู้ศพขึ้นมาจากช่องเขาแล้ว.


ขอเล่นใหญ่ใกล้ๆ เธอ
Top