ตร.ยัน ยิง นศ.บางกะปิ ไม่เกินกว่าเหตุ

ดู 16,888 ครั้ง
ประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

พันตำรวจเอกชาญวิทย์ พุ่มโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ระบุถึงกรณีที่ตำรวจ ยิงนักเรียนเทคโน ย่านบางกะปิ เสียชีวิต เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ว่า ตำรวจไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เหตุการณ์ทุกอย่างชี้แจงได้โดยมีหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด เรื่องที่เกิดขึ้นเริ่มต้นจากตำรวจ ชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ซึ่งเป็นชุดปราบปรามยาเสพติดได้ไปจับกุมกลุ่มวัยรุ่นในคดียาเสพติด 3 คน โดยในขบวนรถคันแรกเป็นรถของหัวหน้าชุด คันที่สองเป็นรถของทีมงานตำรวจ และ คันสุดท้ายเป็นรถกระบะตราโล่ ซึ่งควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กระบะท้ายไม่มีตำรวจนั่งประกบผู้ต้องหา ซึ่งใช้ตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ปิดท้ายขบวนไว้หน้าหลัง 2 คัน เพื่อคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ไปสอบปากคำที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4

ระหว่างทางมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีกลุ่มรถจักรยานยนต์ของผู้ตายขับเข้ามาตีคู่ที่กระบะด้านหลังและถามผู้ต้องหาว่า "ใครด่าแม่กู" จากนั้นก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปปาดหน้ารถกระบะที่ควบคุมตัวผู้ต้องหา (คันที่ 3) ก่อนจะใช้อาวุธปืน กระหน่ำยิงเข้าไปภายในรถของตำรวจด้านซ้าย ซึ่งมีร่องรอยของหัวกระสุนฝังอยู่ภายในตัวถังและที่ยางล้อรถ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถกระบะพุ่งชน เพื่อให้รถของผู้เสียชีวิตล้มและจะเข้าจับกุมตัว 

จากนั้นผู้เสียชีวิตได้ยิงปืนตอบโต้กับตำรวจ ตำรวจจึงตัดสินใจยิงสวน จนกระทั่งทราบภายหลังว่ามีผู้เสียชีวิต หัวหน้าชุดจับกลุ่มที่ใส่เสื้อสีแดงได้ขับรถกลับมาดูที่ท้ายขบวนและเรียกให้พนักงานสอบสวน สน. พื้นที่และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุซึ่งระหว่างนั้นกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตได้กรูเข้ามาจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเข้าใจว่าชายเสื้อสีแดงเป็นคนทำร้ายเพื่อน และในระหว่างที่ชุลมุนกันอยู่นั้น ทางชุดจับกุมเห็นว่าจะเป็นอันตราย เพราะกลุ่มเพื่อนของผู้ตายเริ่มประชิดตัวเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอารมณ์โกรธแค้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าสองนัดและพูดว่า "ใครเข้ามากูยิง" แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงสวนออกไปเพื่อเปิดทางหนี 

พันตำรวจเอกชาญวิทย์ ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถชี้แจงได้ในทุกประเด็นและสามารถให้ความเป็นธรรมกับผู้ตายได้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุแต่เป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่ ที่กำลังควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากพื้นที่ อีกครั้งจากการตรวจสอบข้อมูลของชุดจับกลุ่มทั้งหมด เบื้องต้นพบว่าไม่มีประวัติความขัดแย้งกับกลุ่มของผู้ตายมาก่อน ทั้งนี้ตั้ งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้ต้องหา 3 คนที่อยู่ท้ายกระบะของตำรวจอาจพยายามหาทางหลบหนีโดยใช้วิธีการ ชวนผู้ตายทะเลาะเพื่ออาศัยจังหวะหลบหนี ซึ่งประเด็นดังกล่าวตำรวจอยู่ระหว่างนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนที่ท้ายกระบะมาสอบสวนอย่างละเอียดว่าช่วงก่อนเกิดเหตุได้มีการตะโกนด่าทอหรือชักชวนทะเลาะวิวาทหรือไม่ 

ส่วนกรณีที่กลุ่มวัยรุ่นมีการถกเถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุ จนตนเองเกือบโดนทำร้ายด้วยนั้น พันตำรวจเอกชาญวิทย์ ระบุว่า จะไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มที่เข้ามาทำร้ายเพราะเข้าใจถึงความรู้สึกของกลุ่มผู้ทำร้าย. 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครูอึ้ง เด็ก 12 ขวบขอลาพักการเรียน 1 ปี เลี้ยงน้อง 4 คน
ประจำวันที่ 12 มิถุนายน 2562
ครูอึ้ง น้องอาร์มเด็ก 12 ขวบ ขอลาพักเรียน 1 ปีไปเลี้ยงน้อง 4 คน อาศัยอยู่กับตา-ยาย ที่มีอาชีพเก็บของ...
ช่อง one31 เพิ่มมูลค่าทีวี รุกดิจิทัล พร้อมก้าวขึ้นสถานีโทรทัศน์ Top 3 ของประเทศ
ประจำวันที่ 10 มิถุนายน 2562
ช่อง one31 ตอกย้ำความสำเร็จ ก้าวสู่ยุคใหม่ เดินหน้ารุกทั้งออนไลน์ และออนแอร์ เชื่อมั่นทีวีไม่ตาย เตร...
ตม.ถอนวีซ่าเจ้าของบ้านลอยน้ำที่ภูเก็ต
ประจำวันที่ 18 เมษายน 2562
ตม.เพิกถอนวีซ่าเจ้าของบ้านลอยน้ำที่ภูเก็ต หลังแอบสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งสั่งรื้อถอนสิ่งก่อ...
Top