แม่ทัพภาค4 นอนวัดทั้งคืน เผยคนร้ายก่อเหตุขณะฉันน้ำชา

ดู 2,304 ครั้ง
ประจำวันที่ 19 มกราคม 2562

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 ม.ค.62 พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4 ซึ่งได้เดินทางมาค้างแรมที่วัดรัตนานุภาพ หรือ วัดโคกโก ตั้งแต่ในช่วงคืนที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และนายเอกรัฐ หลีเส็น ผวจ.นราธิวาส มาตรวจสอบจุดเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุคนร้ายจำนวนกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนครบมือบุกไปยิงพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ พร้อมพระลูกวัดมรณภาพ 2 รูปและได้รับบาดเจ็บ 2 รูป โดยเหตุเกิดในช่วงเวลา 20.30 น.ของคืนที่ผ่านมา


จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นกุฎิพระที่อยู่ด้านซ้ายมือของอุโบสถหลังที่ 2 และ 3 ซึ่งสร้างด้วยไม้ยกพื้นชั้นเดียว มีร่องรอยกระสุนของคนร้ายยิงพรุนทั้ง 2 หลัง และมีคราบเลือดจำนวนหนึ่งตกอยู่ พร้อมกระสุนปืนเอ็ม16 ตกกระจายเกลื่อนพื้นเป็นจำนวนมาก จากร่องรอยของกลุ่มคนร้ายได้แฝงตัวเข้ามาด้านซ้ายมือของกฎิที่เป็นสวนยางพารา โดยคนร้ายได้ยิงถล่มใส่กุฎิดังกล่าวจนพระประเวศ สุขแก้ว ที่อาศัยอยู่ในกุฎิได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ที่บริเวณชายคาของศาลาการเปรียญตรงกับอุโบสถ เจ้าหน้าที่พบร่องรอยวิถีกระสุนของคนร้ายที่บริเวณฝาผนังด้านข้างของศาลาการเปรียญเป็นรูพรุนเช่นกัน

ขณะเกิดเหตุพระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสและพระลูกวัด รวม 3 รูป กำลังนั่งฉันน้ำชามีชายฉกรรจ์ จำนวน 5 ถึง 6 คน ขี่รถ จยย.เป็นพาหนะมาจอด พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ จึงสอบถามไปว่า โยมเข้ามาทำไมไม่แจ้งให้ทางวัดทราบก่อนในยามวิกาล จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่และพระลูกวัด จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่จะหลบหนีออกไปทางด้านประตูหน้า และคนร้ายได้พบกับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านที่วิ่งตามเสียงปืนมา จนทั้ง 2 ฝ่าย ได้ใช้อาวุธปืนยิงตอบโต้กัน แต่คนร้ายสามารถหลบหนีไปได้

แม่ทัพภาค 4 ได้กล่าวกับชาวบ้านว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ของคนร้าย เพื่อต้องการให้เกิดความแตกแยกในพื้นที่ ซึ่งชาวบ้านอย่าตกหลุมพรางของคนร้าย โดยทางเจ้าหน้าที่จะมีมาตรการดูแลในการรักษาความปลอดภัย วัดทุกแห่งในพื้นที่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย จนสร้างขวัญกำลังให้กับชาวบ้านเป็นที่น่าพึ่งพอใจ ในส่วนของพระสงฆ์ไม่ได้มีการสั่งหรือห้ามและกำชับในการออกบิณฑบาต แต่ให้วัดแต่ละวัดเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมเพื่อความปลอดภัย

ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 บอกว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการประเมินพบว่า เป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดิมๆ ที่เคยร่วมกันก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และร่วมกับยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.สุไหงปาดี เสียชีวิต ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวในประเทศเพื่อนบ้าน และทราบเบาะแสว่าได้ลักลอบข้ามแดนมาก่อเหตุในครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นสร้างความแตกแยกระหว่างไทยพุทธและมุสลิม ซึ่งเป็นกระบวนการของเจ้าหน้าที่ที่จะมีการติดตามไล่ล่ากดดัน เพื่อจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Top