เจ้าของพิทบูล ยันไม่มีเจตนาให้หมาขย้ำแมว ใครอยากเลี้ยงยินดียกให้
ดู 2,004 ครั้ง
ประจำวันที่ 11 มกราคม 2562

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มกราคม 2562 ที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม นายขรรค์ชัย ช่วงชัย ปศุสัตว์อำเภอปลาปาก พร้อมด้วย นายวสิษฐ์ เหลื่อมเภา สัตวแพทย์  นายสัญญา ศรีสมพร สารวัตรกรม ปศุสัตว์ด่านกักกันสัตว์นครพนม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง นำหลักฐานคลิปภาพถ่าย เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อ พ.ต.ท.สมพงษ์ แรงรอบ สารวัตรสอบสวน สภ.กุตาไก้ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับเจ้าของสุนัขพันธุ์พิทบูล ขย้ำแมวในบ้านจนตาย ก่อนมีการนำคลิปโพสต์เฟซบุ๊ก จนกระทั่งมีหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรเอกชนอย่าง Watchdog Thailand ได้ประสานกรมปศุสัตว์ ตรวจสอบดำเนินคดี เนื่องจากเข้าข่าย พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ 

เบื้องต้น ทางตำรวจได้มีการสอบสวน รวบรวมหลักฐาน เตรียมออกหมายเรียกเจ้าของหมามาสอบสวน ทราบชื่อแล้วคือ นางสาวเพ็ณภา อ่อนพุทธา อายุ 36 ปี โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้มีการเรียกตัวมาสอบสวน สรุปการดำเนินคดีต่อไป

ต่อมา นายขรรค์ชัย ช่วงชัย ปศุสัตว์อำเภอปลาปาก ได้นำเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบที่บ้านพักของเจ้าของสุนัข ซึ่งเป็นร้านอาหารจำหน่ายซาบู ตรวจสอบพบเป็นสุนัขพิทบูล สายพันธุ์บลูลี่ อายุ ประมาณ 1 ปี  และมีนิสัยค่อนข้างดุร้าย หวงอาณาเขต และยังมีแรงมากเจ้าของแทบจะดึงไม่ไหว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบันทึกเป็นหลักฐาน และหารือวางแนวทางมาตรการดูแล

นางสาวเพ็ณภา อ่อนพุทธา อายุ 36 ปี เจ้าของสุนัข เปิดเผยว่า สำหรับสุนัขตัวนี้ตนซื้อมาเลี้ยงแต่แต่อายุ 1 เดือน เพราะแฟนชอบเลี้ยงสัตว์ แต่แฟนตนไปทำงานต่างประเทศ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ สิงหาคม 2561 ทั้งที่ตนไม่ชอบเลี้ยงหมา ยิ่งพิทบูลมันดุร้าย แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะแฟนเป็นคนเอามาเลี้ยงแต่แรก จนทะเลาะกันบ่อยเพราะหมา สำหรับคลิปที่โพสต์ ตนไม่มีเจตนาถ่ายเพื่อนำไปเผยแพร่ แต่ถ่ายไว้ส่งให้แฟนดู ความดุร้ายของหมาตัวนี้ จนเป็นปัญหาในการดูแล สุดท้ายไม่เข้าใจแฟนนำไปโพสต์จนเป็นเรื่อง และลบภายหลัง

ส่วนแมวที่เข้ามาเป็นแมวในหมู่บ้านไม่รู้มาจากไหน และตนไม่มีเจตนาปล่อยหมาไปกัดจนตาย แต่ห้ามไม่ไหวเพราะแรงมันเยอะ ดุร้ายมาก อีกทั้งตนไม่กล้าเข้าใกล้ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้ายไปด้วย จากนั้นเมื่อมันหยุดขย้ำ จึงเอาแมวออกมาพบว่าตายแล้ว และให้คนรู้จักนำไปทิ้ง แต่ไม่รู้ว่านำไปทิ้งที่ไหน ที่สำคัญมาถึงวันนี้ตนไม่ต้องการเลี้ยง ใครอยากได้ยินดีให้ เพราะกลัวว่าจะเป็นอันตรายกับคนอื่น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

 

Top