2 ตายายปรุงเมนู ‘ลาบหมูดิบ’ ผ่านไปชั่วโมงเดียวร่างทรุด

ดู 1,388 ครั้ง
ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2561

ผู้สื่อข่าวจังหวัดลำปาง รายงานว่า เมื่อกลางดึก 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง จุดสบปราบ ได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยอาการอ่อนเพลีย จำนวน 2 ราย อยู่บ้านหล่ายฮ่องปุ๊ ม.13 ต.สบปราบ อ.สบปราบ จ.ลำปาง จึงเดินทางตรวจสอบให้การช่วยเหลือ พบภรรยา อายุ 60 ปี และสามี อายุ 67 ปี ทั้งสองคนมีอาการอ่อนเพลีย ถ่ายเหลว และอาเจียน อยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงได้รีบทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำตัวส่งไปรักษายัง รพ.สบปราบ จ.ลำปาง เป็นการด่วน

จากการสอบถามผู้ป่วยทั้งสองคนให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ช่วงเย็นได้ไปซื้อเนื้อหมูจากร้านค้าในหมู่บ้าน ก่อนนำมาทำอาหารเย็นรับประทานเมนู "ลาบหมูดิบ" หลังจากรับประทานเสร็จ ผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง ได้มีอาการถ่ายเหลวและอาเจียน อ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาจึงแจ้งให้เจ้าหน้าให้การช่วยเหลือ ซึ่งแพทย์ให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สบปราบ เพื่อรอดูอาการเพราะอาจมีโรคแทรกซ้อนอีก

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคไข้หูดับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 กันยายน 2560 พบผู้ป่วย 262 ราย เสียชีวิต 14 ราย ซึ่งโรคไข้หูดับ หรือโรคติดเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค๊อกคัส ซูอิส โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในกระแสเลือดของหมูที่กำลังป่วย โรคนี้สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1.ติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา ที่สัมผัสกับเนื้อ เครื่องใน และเลือดของหมูที่เป็นโรค และ 2.การกินหมูแบบสุกๆดิบๆ ทั้งเนื้อ เครื่องใน และเลือด ซึ่งเชื้อจะเข้าไปทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ และที่สำคัญคือทำให้ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบและเสื่อมจนหูหนวก

อาการหลังสัมผัสหมูที่ป่วยหรือหลังกินอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมู เลือดที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูดับ ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้รีบพบแพทย์ทันทีและต้องบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบด้วย เพราะหากมาพบแพทย์เร็วจะช่วยลดอัตราการหูหนวกและเสียชีวิตได้ และโรคนี้สามารถรักษาหายและมียารักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ

สำหรับวิธีป้องกันโรคไข้หูดับ คือ 1.กินหมูสุกที่ปรุงด้วยความร้อน ไม่ทานแบบสุกๆดิบๆ และควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ 2.ผู้ที่สัมผัสกับหมู โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบูทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง.

Top