รู้แล้วไม่งง! รวมคำศัพท์ที่หลายคนเพิ่งเคยได้ยิน ในละครรักแลกภพ

ดู 2,702 ครั้ง
ประจำวันที่ 22 มิถุนายน 2563

 

เป็นละครที่ดูแล้วเหมือน ได้ย้อนกลับไปในอดีต! พร้อมกับตัวละคร “พีท-พิริยะ” รับบทโดยหนุ่ม ฟิล์ม-ธนภัทร ในละครรักแลกภพ ที่ได้ย้อนเวลากลับไปเจอกับ “เพียร” (ฟิล์ม-ธนภัทร) คุณทวดของตัวเอง ในปี พ.ศ. 2463 หรือสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งแฟนละครจะได้ซึมซับทั้งความสนุก และความรู้ด้านประวัติศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน

แน่นอนว่าการย้อนเวลากลับไป 100 ปี “ภาษา” ย่อมไม่เหมือนในปัจจุบัน ในละคร “รักแลกภพ” จึงมาพร้อมกับภาษาที่อาจไม่ได้ยินในปัจจุบันแล้ว แต่มีการใส่เข้าไปในเนื้อเรื่องด้วย จนแฟนละครอาจสงสัย ว่าคำเหล่านี้คืออะไร วันนี้ช่องวัน 31 ได้รวบรวมคำภาษาไทยเก่าๆ จากในละคร “รักแลกภพ” มาฝากแฟนละครกันค่ะ

หลังคาแดง

“หากไม่เชื่อฟังกัน ฉันจะส่งแกไปขังที่หลังคาแดง” พีทที่ข้ามเวลาจากปัจจุบัน ในยุคอดีต ทำให้มีท่าทางและคำพูดต่างจากคนในยุคนั้น จนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนเสียจริต จนเพียรบอกว่าจะส่งไปที่หลังคาแดง

“หลังคาแดง” คือ สมญานามที่ใช้เรียก “โรงพยาบาลคนเสียจริต”  เปิดดำเนินการ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2432  สมัยรัชกาลที่ 5 ในยุคแรกนั้น เป็นการนำคนเสียจริตมาฝากขัง การดูแลจึงมีแต่ขังไว้และใช้สมุนไพรให้ง่วงซึม จนเมื่อ พ.ศ. 2448 รัฐบาลให้สร้างโรงพยาบาลขึ้นใหม่ ณ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา หรือ “สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา”

ในปัจจุบัน โดยเปลี่ยนแปลงวิธีจากการคุมขังและรักษาแผนโบราณ มาเป็นการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนที่เรียกกันว่า “หลังคาแดง” นั้น มาจากการไปเหมาซื้อสีแดงค้างสต็อกราคาถูกมาผสมน้ำมัน แล้วทาหลังคาอาคารสังกะสีทุกหลังเพื่อป้องกันสนิม ทำให้หลังคาโรงพยาบาลจึงเป็นสีแดงเพลิงสะดุดตาคนทั่วไป จนเป็นสมญานามที่เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน

ซ่าบู่

“ซ่าบู่” ความหมายของคำนี้ก็คือ “สบู่” นั่นเอง  ซาปู (Sabu) เป็นคำโปรตุเกส หมายถึง ต้นสบู่ ที่สามารถนำน้ำมันจากเมล็ดมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสบู่ สำหรับชำระร่างกายและซักผ้าให้สะอาดได้  ซึ่งพ่อค้านักเดินเรือชาวโปรตุเกสไปพบ แล้วนำเข้ามาในสยามเมื่อตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา แม้กระบวนการผลิตสบู่จะต่างไป แต่เราก็ยังคงใช้คำเดิม เรียกสิ่งนี้ว่า “สบู่” จนปัจจุบัน

ออนเหวง

“ถังออนเหวง” หมายถึง ถังที่ใช้เก็บสิ่งปฏิกูล เป็นที่รู้กันในสมัยนั้นว่า “บริษัทออนเหวง” เป็นผู้ได้รับสัมปทานขนถ่ายอุจาระตามบ้านและส้วมสาธารณะ  

มาจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาแพร่หลาย ก็มีวัฒนธรรมการขับถ่ายดังเช่นชาวตะวันตกนับแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา กระทั่งช่วงปลายรัชกาลที่ 5 กรมสุขาภิบาลได้จัดสร้างส้วมสาธารณะขึ้นครั้งแรกหรือสมัยนั้นเรียกว่า “เวจสาธารณะ” ที่มักตั้งอยู่บนถนนสายสำคัญ และตามสถานที่ราชการ โดยยุคแรกๆ เป็นส้วมถังเท มีฐานส้วมทำจากไม้ เจาะรูสำหรับนั่งขับถ่าย ข้างใต้มีถังสำหรับรองรับอุจจาระ ซึ่งจะมีบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐอย่าง “บริษัทสอาด” หรือ “บริษัทออนเหวง” เป็นผู้ทำหน้าที่จัดการเก็บและบรรทุกถังบรรจุอุจจาระและเปลี่ยนถ่ายถังใหม่ทุกวัน

ชำระสระสรง 

มักพบในวรรณกรรมไทย ชำระสระสรง ก็หมายความว่าการอาบน้ำนั่นเอง

ผะหมี

“ผะหมี” เป็นการละเล่นปริศนาคำทายอย่างหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการเล่นประลองปัญญาและฝึกสมองในหมู่นักปราชญ์และกวีชาวจีน นำมาเผยแพร่ในประเทศไทย คำว่า ผะหมี มาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว ผะ (拍) แปลว่า ตี ส่วน หมี (謎/谜) แปลว่า ปริศนา ดังนั้นคำว่า ผะหมี จึงแปลว่า การตีปริศนา

ในภายหลังคนไทยได้นำมาประยุกต์ถามปริศนาแบบไทย เริ่มตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยปริศนาที่ใช้ถามจะเขียนด้วยคำประพันธ์ไทยเช่น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ดังเช่นที่ คุณวรรณ (วิว-วรรณรท) กับพ่อ หรือ พระยาบรรณกิตโกศล (บิ๊ก-ศรุต) เล่นกันในละคร “มีทั้งหาง ทั้งหู ดูน่าขัน จะใช้มันต้องเอาหัวไปมุดหาง จับตัวมาแนบไว้ ไม่ปล่อยวาง ส่วนตรงกลางมุดหู รู้หรือยัง?” (เฉลย : เข็มขัด)

นอกจากนี้เราจะพบการใช้ภาษาแบบไทยคำอังกฤษคำในยุคสมัยรัชกาลที่ 6 มากขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นยุคที่เริ่มมีการส่งคนไทยไปเรียกที่ต่างประเทศ คำศัพท์บางคนที่ยากจะที่หาคำในภาษาไทยมาอธิบาย จึงใช้คำเป็นภาษาอังกฤษไปเลยก็จะง่ายกว่า 

 

รู้รากเหง้าทางภาษา รวมถึงวัฒนธรรมอีกหลายอย่างของไทย ในละคร รักแลกภพ ติดตาม ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 20:15 น. ทางช่องวัน 31 กดหมายเลข 31

ละครรักแลกภพ ช่องวัน 31

สมัคร The Star Idol
Top