พบผู้ป่วยโควิด-19 ใหม่ 50 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย  

ดู 1,281 ครั้ง
ประจำวันที่ 10 เมษายน 2563

 

ข่าวโควิดล่าสุด สถานการณ์ COVID-19 วันที่ 10 เมษายน 2563 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงวันนี้ (10 เม.ย.) ว่า ไทยมีรายงานผู้ป่วยใหม่ 50 ราย รวมผู้ป่วยสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 2,473 ราย รักษาหาย 1,013 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวม 33 ราย

โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นหญิงไทย อายุ 43 ปี อาชีพค้าขาย มีโรคประจำตัว SLE หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง เข้ารับการรักษา เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่โรงพยาบาลใน จ.ฉะเชิงเทรา ด้วยอาการไข้ 38.9 เซลเซียส ถ่ายเหลว อาเจียน หายใจหอบ เหนื่อย ความดันโลหิตตก ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ตรวจแล้วพบว่ามีอาการปอดอักเสบอย่างรุนแรง และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา

“จากจำนวนตัวเลขผู้ป่วยใหม่ 50 ราย พบว่า มาจากการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 27 ราย จากผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 3 ราย  ไปในที่ชุมชน 3 ราย อาชีพเสี่ยง 5 ราย บุคลากรทางการแพทย์ 4 ราย และอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 8 ราย (เป็นการค้นหาเชิงรุกที่จังหวัดภูเก็ต 4 ราย)”

จำนวนผู้ป่วยสะสม 2,473 ราย ใน 68 จังหวัด มี 9 จังหวัด ที่ยังไม่มีผู้ป่วย ได้แก่ กำแพงเพชร ชัยนาท ตราด น่าน บึงกาฬ พิจิตร ระนอง สิงห์บุรี และอ่างทอง ขณะที่ จากการจำแนกอัตราป่วยต่อประชากร 100,000 คน พบว่า ภูเก็ต มีผู้ป่วยมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 38.95 รองลงมา คือกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 22.25 และยะลา ร้อยละ 13.10 ซึ่งหากจำแนกตามกลุ่มอายุพบว่า อายุ 20-29 ปี ยังเป็นกลุ่มที่จะเป็นพาหะแพร่เชื้อได้มากที่สุด ดังนั้นจะต้องมีการป้องกันตัวเอง ด้วยการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

ยอดผู้ติดเชื้อ ไวรัสโควิด-19 วันที่ 10 เมษายน 2563
สถานการณ์ covid-19 ในประเทศไทย (วันที่ 10 เมษายน 2563)

“ขณะที่ ผู้ป่วยยืนยัน พบว่า ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 คือ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า รองลงมา คือ ผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ และกลุ่มอาชีพเสี่ยง ส่วนผู้มีประวัติไปสนามมวย ลดลงมาอยู่ที่อันดับ 9” นพ.ทวีศิลป์ กล่าว  

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อว่า ผู้ฝ่าฝืนการประกาศเคอร์ฟิว ในวันที่ 10 เมษายน มีประชาชนออกนอกเคหสถาน 1,152 ราย รวมกลุ่มชุมนุมและมั่วสุมจำนวน 92 ราย รวมทั้งสิ้น 1,246 ราย

ส่วนมาตรการคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าจากสนามบินที่ประชุม ศบค. มีการหารือเรื่องนี้ การกำหนดให้เดินทางกลับเข้าประเทศได้วันละ 200 คน ถือเป็นมาตรการป้องกันดูแลตามสถานที่ที่ต้องจัดให้มีการกักตัว โดยตัวเลขผู้ประสงค์เดินทางกลับไทยอยู่ที่ 5,000 – 20,000 คน และมีบางส่วนอยู่ตามขอบชายแดน

“หลังวันที่ 18 เมษายน ต้องประเมินว่าจะดำเนินการอย่างไร หากจัดหาสถานที่กักตัวได้เพิ่ม ก็สามารถรองรับผู้ที่จะกลับมาได้เพิ่มเติม อีกทั้ง ยังเกิดปัญหาเรื่องโรงแรมบางแห่ง มีความประสงค์ให้ใช้เป็นสถานที่กักตัว แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่ยอมรับ จึงทำให้สถานที่มีจำกัด รวมถึง ต้องจัดหาแพทย์เข้าไปดูแลในสถานที่กักตัวด้วย ข้อมูลเหล่านี้จะประเมิน และเปลี่ยนไปตามสถานการณ์”

สำหรับความชัดเจนในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ ที่อาจจะให้เป็นตัวเงินนั้น นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เป็นเพียงแนวทางที่หารือในที่ประชุม ศบค. และพิจารณาว่าบุคคลที่ไปทำงานต่างประเทศ ก็ได้รับผลกระทบจากการหยุดงานเช่นกัน หลายคนมีที่พักอยู่ในประเทศนั้น เพื่อเป็นการหยุดการเคลื่อนย้าย อาจจะพิจารณาส่งเงินช่วยเหลือในการดำรงชีพ เพียงแต่ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ต้องรอให้กระทรวงต่างประเทศสรุป เพื่อนำไปพิจารณาว่า ต้องใช้งบประมาณเท่าใด เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแล และวันนี้ (10 เม.ย.) จะมีคนไทยเดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน จากประเทศเนเธอร์แลนด์ จำนวน 15 คน ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 09.30 น. และจากสิงคโปร์ จำนวน 18 คน ลงที่สุวรรณภูมิ เวลา 17.25 น.

วันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.) จะมีคนเดินทางกลับจากรัสเซีย จำนวน 35 คน และญี่ปุ่น จำนวน 1 คน ส่วนนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS จำนวน 152 คน ยังไม่มีเที่ยวบินจากทางสหรัฐฯ แต่สถานเอกอัครราชทูตมีการประสานงานกัน น่าจะเดินทางมากับเครื่องบินที่จะมารับทหารสหรัฐฯ กลับ ส่วนวันเวลาที่ชัดเจนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับมาตรการในประเทศ กระทรวงศึกษาได้เลื่อนเปิดการเรียนการสอนไปวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยให้จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนโรงเรียนนานาชาติ ให้เปิดเรียนตามความเหมาะสม.

ข่าวที่น่าสนใจ :

➥ ‘อนุทิน’ ชี้ ไทยเดินมาถูกทางแล้ว เชื่อชนะโควิด-19 ได้แน่นอน

➥ “ฟาวิพิราเวียร์” 1 แสนเม็ดถึงไทยแล้ว เตรียมจัดสรรส่ง รพ.

➥ สธ. ยันหญิงชัยภูมิ ไม่ได้ติดโควิดซ้ำ เชื้อที่ตรวจเจอเป็นซากไวรัส

➥ วันสร้างสุข “สู้ภัยโควิด-19” เพื่อสนับสนุนการรักษาโควิด-19 แก่ รพ. ที่ขาดแคลนทั่วประเทศ

Top