ทนายอนันต์ชัย ขอประกันตัว 2 เมียนมา ขนเงิน 16 ล้านเข้าไทย

ดู 5,617 ครั้ง
ประจำวันที่ 09 เมษายน 2563

 

จากกรณีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จับกุมชาย อายุ 29 ปี และ หญิง อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวเมียนมาทั้งคู่ พร้อมของกลางเงินสดธนบัตรไทยมูลค่า 1,000 บาท จำนวน 16,500 ฉบับ รวม 16.5 ล้านบาท โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณถนนในหมู่บ้านวังตะเคียน หมู่ที่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก และดำเนินคดีตาม พรบ.ฟอกเงิน เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 ต่อมา ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช พร้อมด้วย นายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา (TMBC) ได้พา นาย จ่อเฮง นักธุรกิจชาวเมียนมา เดินไปที่ สภ.แม่สอด เพื่อแจ้งความตามหา นายเดด ไป่ อู อายุ 29 ปี และ น.ส.นา มิ ทู อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นพนักงานของบริษัท นายจ่อเฮง ที่รับหน้าที่นำเงินเดินทางมาฝากเข้าธนาคารกสิกรไทย สาขาแม่สอด ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (7 เม.ย.) แล้วยังไม่สามารถติดต่อได้ ตามข่าวก่อนหน้า

ล่าสุดวันที่ 9 เม.ย. เวลา 09.30 น. ที่ ศาลอาญารัชดา ถนนรัชดาภิเษก ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ซึ่งได้รับมอบอำนาจ จากนายจ่อเฮง นักธุรกิจน้ำมัน ชาวเมียนมา พร้อมด้วย นายกริช  อึ้งวิฑูรย์สถิตย์ ประธานสภาธุรกิจ ไทย-เมียนมา (TMBC) และผู้ก่อตั้งสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา-ไทย (MTCC) ได้เข้าขอยื่นขอประกันตัว นายเดดไป่อู อายุ 29 ปี และนางสาวนามิทู อายุ 24 ปี ชาวเมียนมา

โดย นายอนันต์ชัย ระบุว่า ยอมรับว่าทำผิดที่ขนเงินข้ามประเทศแล้วไม่สำแดง ซึ่งตำรวจจะดำเนินคดีก็ดำเนินคดีไป แต่ติดใจถึงการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจทางหลวงชุดที่จับกุม ว่าไม่ใช่หน้าที่ ซึ่งหลังจากจับกุมต้องส่งตำรวจท้องที่คือ สภ.แม่สอด ทันที ไม่ใช่เอาตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเอง อีกทั้งยังมีการเปิดเผยภาพขณะจับกุม และแถลงข่าวอย่างเปิดเผย ทำให้เกิดความเสื่อมเสียแก่ผู้ต้องหา ซึ่งได้โทรศัพท์ไปแจ้งว่าไม่ให้แถลงข่าวแล้ว แต่ก็ไม่ปฎิบัติตาม

อย่างไรก็ตาม ในวันเกิดเหตุยืนยันว่า มีหลักฐานการซื้อขายกับ ปตท. ให้ตำรวจชุดจับกุม แต่กลับไม่ตรวจสอบ ซึ่งจากนี้จะไปแจ้งความดำเนินคดีตำรวจชุดจับกุมที่ สภ.แม่สอด และจะร้อง ปปช.ในฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ต่อไป

ด้านนายกริช เปิดเผยว่า เนื่องจากขณะนี้ ธนาคารในประเทศเมียนมาไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ เพราะปิดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงต้องใช้วิธีขนเงินสดข้ามประเทศมาชำระหนี้แทน โดยไม่ทราบว่าจะต้องสำแดงกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรก่อน จึงเป็นบทเรียนให้รู้ว่าครั้งต่อไปการขอเงินข้ามประเทศจะต้องสำแดงให้เจ้าหน้าที่กรมศุลกากรก่อน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยทำ จึงไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ไทยดำเนินการตามกฏหมาย ที่สำคัญคือต้องระวังไม่ให้กระทบกระเทือนความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศ

ด้านพลตำรวจโทสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า หลังจับกุม ตำรวจชุดจับกุมได้รายงานให้ตนได้ทราบ จึงสั่งการให้ถ่ายภาพหมายเลขธนบัตรทุกใบไว้เป็นหลักฐาน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าของกลางจะไม่เล็ดลอดหลุดหายไปได้ ซึ่งตนเองเป็นผู้สั่งการให้นำตัวผู้ต้องหาและของกลางไปสอบสวนขยายผลต่อที่กองบังคับการปราบปราม เนื่องจากจำนวนเงินที่มาก แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาที่ไปได้ จึงสั่งการให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินการสอบสวนขยายผลต่อ เพราะมีพฤติการณ์น่าสงสัย โดยทำตามขั้นตอนของกฎหมาย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ว่าฯ เมียวดีรับประกัน 16 ล้านถูกจับ เป็นเงินบริษัทเชื้อเพลิงจริง
ประจำวันที่ 09 เมษายน 2563
ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เผย ผู้ว่าฯ โกรธมาก ปม 16 ล้านถูกตำรวจไทยจับ ยันเป็นเงินบริษัทเชื้อเพลิงจริ...
จับ 2 เมียนมา ขนเงินกว่า 16 ล้านบาท เข้าไทย อ้างนำมาฝากธนาคาร
ประจำวันที่ 08 เมษายน 2563
ตำรวจทางหลวงจับ 2 ชาวเมียนมา ขนเงินกว่า 16 ล้านบาท เข้าไทย อ้างนำมาฝากธนาคาร เร่งขยายผลหาที่มาของเงิ...
นักธุรกิจเมียนมาแจ้งความ ตร.ทางหลวงจับลูกน้องพร้อมเงินกว่า 16 ล้าน
ประจำวันที่ 08 เมษายน 2563
ทนายอนันต์ชัย แจง ตร.ทางหลวงยึดเงินกว่า 16 ล้านบาท เป็นเงินของนักธุรกิจเมียนมา ให้ลูกน้องมาฝากธนาคาร...

สมัคร The Star Idol
Top