ตร.ฟิลิปปินส์ตั้งโลงเตือน “จะอยู่ที่บ้านหรืออยู่ในโลงศพ”

ดู 2,929 ครั้ง
ประจำวันที่ 25 มีนาคม 2563

 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ยอดผู้ติด เชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 408,500 คนแล้ว เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยอดติดเชื้อยังอยู่ที่ระดับ 300,000 คน ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 18,000 คน โดยอิตาลีเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 มากที่สุดในโลก กว่า 6,800 คน มากกว่าจีนซึ่งเป็นประเทศแรกที่พบโควิด-19 เสียชีวิตทั้งหมด 3,200 คน

ส่วนผู้เสียชีวิตรายใหม่ที่อิตาลีทะลุ 700 คนอีกครั้ง ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทั้งที่เพิ่งลดลงไปได้ เมื่อวันอาทิตย์มี 650 คน และวันจันทร์ 602 คน ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมมี 69,000 คน เพิ่มขึ้นภายในวันเดียว 5,200 คน แม้ประชาชนจะให้ความร่วมมือกับมาตรการอยู่บ้าน แต่ก็มีคนฝ่าฝืนจนถูกปรับมากกว่า 100,000 คนในช่วง 2 สัปดาห์ โดยที่มิลาน สั่งปรับผู้ละเมิดกฎทันที 5,000 ยูโร หรือราว 170,000 บาท

ด้านนายกเทศมนตรีหลายเมือง ถึงกับโพสต์คลิปตำหนิประชาชนที่ไม่ฟังคำสั่ง บางคนยังออกไปเล่นปิงปองกัน บางคนตามช่างไปทำผมให้ที่บ้านก็มี แต่นายกฯถึงกับตั้งคำถามว่า จะทำสวยทำไม ถ้าต้องไปนอนในโลง ก็ไม่มีใครเห็นอยู่ดี

ส่วนที่สหรัฐอเมริกาก็เผชิญกับการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุด โฆษกองค์การอนามัยโลก หรือ WHO เผยว่าได้จับตามองตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จากหลักพันเมื่อสัปดาห์ก่อนพุ่งเป็นกว่า 50,000 คน ในสัปดาห์นี้ และเสียชีวิตกว่า 540 คน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐจะกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแทนจีนและอิตาลีในไม่ช้า

ขณะที่รัฐเคนทักกี มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งจัดปาร์ตี้ ที่ชื่อว่า โคโรน่าไวรัส ปาร์ตี้ เพื่อต่อต้านมาตรการห้ามรวมกลุ่มกันของทางการ แต่กลับกลายเป็นว่า มีผู้เข้าร่วมอย่างน้อย 1 คน ที่ติดโควิด-19 ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า ไวรัสตัวนี้จะโจมตีคนที่มีอายุน้อย ในสหรัฐมากกว่าที่อยู่ในจีน โดยผู้ที่รับการรักษาโควิด-19 กว่า 20 เปอร์เซนต์ มีอายุระหว่าง 20-44 ปี

ส่วนที่ สปป.ลาว แถลงยืนยัน ผู้ติดเชื้อ 2 รายแรกของประเทศ โดยมีอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยวและพนักงานโรงแรม จึงต้องพบปะชาวต่างชาติอยู่ตลอดและเคยเดินทางไปต่างประเทศ โดยขณะนี้ทางการกำลังสืบหาบุคคลที่ผู้ติดเชื้อทั้งสองติดต่อใกล้ชิดด้วย

ส่วนที่จีนได้ยกเลิกคำสั่งปิดเมืองและจำกัดการเมืองเดินทางเข้าออกเมืองหูเป่ยวันนี้ หลังปิดมานานกว่า 2 เดือนนับตั้งแต่เริ่มต้นการแพร่ระบาด โดยอนุญาตให้เฉพาะผู้ที่มีบัตรสุขภาพีเขียว หมายถึงคนที่มีสุขภาพดีและไม่เจ็บป่วย ไม่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อโควิด-19 สามารถเดินทางออกจากมณฑลได้ ขณะที่สนามบินและสถานีรถไฟบางแห่งก็ทยอยเปิดให้บริการ

ขณะที่ฟิลิปปินส์ ซึ่งใช้มาตรการปิดเมืองอย่างเข้มงวดทั่วเกาะลูซอน รวมถึงกรุงมะนิลา ล่าสุดก็พบว่าตำรวจในเมืองปัมปางา บริเวณตอนกลางของเกาะลูซอน คิดวิธีเตือนใจและเรียกร้องให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ด้วยการนำโลงศพมาตั้งไว้ที่ด่านตรวจ เพื่อรณรงค์และเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของเชื้อโควิด-19 และไม่เสี่ยงชีวิตออกมาจากบ้าน โดยข้างโลงศพมีข้อความเขียนว่า Stay at Home or Stay Inside ที่แปลว่า อยู่ที่บ้าน หรืออยู่ในโลงศพ.

Top