ผู้ป่วยโควิด-19 ยอดพุ่ง 122 ราย สธ.โต้ข่าวเชื้อไทยรุนแรงกว่าชาติอื่น

ดู 8,982 ครั้ง
ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2563

 

ข่าวโควิดล่าสุด สถานการณ์ COVID-19 วันที่ 23 มีนาคม 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 10 โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัส covid-19 ในประเทศไทย พบผู้ป่วย เพิ่ม 122 ราย โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 20 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 4 ราย, กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 16 ราย  ส่วนที่สถานบันเทิงไม่มียอดผู้ติดเชื้อแล้ว

กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 10 ราย ได้แก่ กลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศ 4 ราย แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย เป็นชาวสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส และมีชาวไทยอีก 2 ราย, กลุ่มผู้ทำงานหรืออาศัยในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมาก หรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 6 ราย

กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อแต่อยู่ระหว่างรอสอบสวนโรค 92 ราย

สำหรับผู้ป่วยอาการหนักมี 7 ราย ทุกรายใส่เครื่องช่วยหายใจ และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยสรุปมีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 52 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 668 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมยอดสะสม 721 ราย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 23 มีนาคม 2563
สถานการณ์ covid-19 ในประเทศไทย (วันที่ 23 มีนาคม 2563)

นายแพทย์ทวีศิลป์ เผยข่าวดีจะมีรูปแบบการตรวจ เชื้อไวรัสโควิด-19 แบบใหม่ ในอนาคตอันใกล้ ส่วนการตรวจรูปแบบเดิม 44 แห่ง กว่าจะได้ผลลัพธ์ไม่ใช่ง่ายอย่างที่คิด โดยใช้ไม้พันสำลี ใส่ลึกถึงพื้นที่หลังโพรงจมูก เพื่อขุดเอาเยื่อบุที่อยู่ลึกเข้าไปในโพรงจมูกมาตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19

จากข้อมูลการตรวจทางห้องปฏิบัติการล่าสุด มีผู้มาขอรับการตรวจทั้งหมด 30,000 ตัวอย่าง ในจำนวนนี้เป็นผู้อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) ประมาณ 10,000 ราย ผลยืนยันพบเชื้อเพียง 400 ราย แนะตรวจเฉพาะผู้ที่มีอาการเท่านั้น ส่วนกรณีจากเมื่อวาน ที่มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 188 ราย เนื่องจากมีจุดคัดกรองในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ลดการตรวจหาเชื้อเหลือเพียงแลปเดียว ทำให้ยอดที่ค้างมาหลายวันเพิ่มขึ้นวันเดียวเป็นร้อยคน

นายกแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ประเทศตอนนี้อยู่ในช่วงเวลาทองของการดูแลตัวเอง หรือ โกลเด้น พีเรียด (Golden Period) เป็นทางเลือกให้ประชาชนในการดูแลตนเอง เนื่องจากหากไม่ดูแลตัวเองจะทำให้ยอดผู้ติดเชื้อทะลุเป็นหลักพันได้ คล้ายกับสถานการณ์ประเทศแถบยุโรป ยากต่อการรับมือ

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลถูกแชร์ต่ออย่างแพร่หลาย เกี่ยวกับการติดเชื้อของเซียนมวยคนหนึ่งติดเชื้อโควิดจากคนในครอบครัวซึ่งเดินทางกลับจากประเทศอิตาลี เป็นสายพันธุ์ที่ดุร้ายกว่าประเทศอื่นในเอเชีย สามารถเพิ่มจำนวนในปอดได้รวดเร็ว ทำให้แพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นมากขึ้น และเชื้อนี้เล่นงานปอดอย่างหนัก ทำให้ปอดอักเสบอย่างรุนแรง ระบบหายใจล้มเหลว อัตราการเสียชีวิตจึงสูงมาก ซึ่งทางรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าไม่เป็นความจน ไม่มีประเทศไทยที่มีเชื้อโควิดร้ายแรงกว่ากัน มีเพียงระยะการฟักตัวที่ช้าหรือเร็วกว่ากันเท่านั้นเอง

ขณะนี้มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อรายใหม่ในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนเดินทางกลับภูมิลำเนาทั้งก่อนและหลังที่จะมีประกาศปิดสถานที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้รายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ได้แก่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด, ผู้ว่าราชการจังหวัด, ผอ.โรงพยาบาล, นายอำเภอ, สาธารณสุขอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, อสม., ผู้นำชุมชน ทันทีทุกคน

พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ให้กักกันตัวเองที่บ้านอย่างเคร่งครัด อย่างน้อย 14 วัน ไม่อยู่ใกล้ชิดผู้อื่น เว้นระยะห่างระหว่างกัน 1 -2  เมตร งด/ลด การเดินทางโดยไม่จำเป็น ไม่ไปในพื้นที่แออัด และแยกสำรับอาหาร สังเกตอาการหากมีไข้ มีอาการระบบทางเดินหายใจ รีบพบแพทย์ทันที.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Top