รัฐยกแคมเปญ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ”

ดู 4,001 ครั้ง
ประจำวันที่ 20 มีนาคม 2563

 

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสประจำวันที่ 20 มีนาคม 2563 โดยเน้นย้ำว่า ขณะนี้สามารถผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ เพิ่มขึ้น 2,280,000 ชิ้น ส่วนหน้ากากอนามัยทางเลือกเป็นอีกมียอดสะสม 12,800,000 ชิ้น พร้อมขอประชาชนอย่ากักตุนหน้ากากอนามัยไปขายเกินราคา เนื่องจากจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย

ขณะที่ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ระบุว่า ปัจจุบันเป็น โรคโควิด-19 ถูกนำเข้าและติดต่อภายในประเทศ และจะยังคงอยู่ในระยะยาว จึงต้องวางกลยุทธ์ในการต่อสู้ระยะยาว การมีจำนวนผู้ป่วยจำนวนมากพร้อมๆกัน ระบบสาธารณสุขตั้งรับไม่ทัน ซึ่งกลุ่มผู้ติดเชื้อไม่ได้ปอดบวมทั้งหมด ร้อยละ 80 สามารถใช้แพทย์ทั่วไปรักษาได้ ส่วนผู้ที่มีอาการรุนแรง มีประมาณร้อยละ 20 และขณะนี้เองรัฐบาลกำลังเจรจาซื้อยาจากประเทศจีน ขอให้สบายใจได้ว่ายารักษาโรคจะมีเพียงพอ

สำหรับแนวทางการรักษาในระยะแรกทุกคนที่ป่วยต้องการนอนโรงพยาบาลเพื่อป้องกันการนำเชื้อไปติดที่บ้าน แต่หากมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นจะมีมาตรการหาโรงพยาบาลเสริมในผู้ป่วยที่รอกลับบ้าน ส่วนโรงพยาบาลหลักใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการหนักมาก และเมื่อโรคนี้ไม่ได้ลอยในอากาศแต่ติดทางสัมผัส จึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องความดันลบ แต่ต้องแยกออกจากผู้ป่วยปกติเท่านั้น ส่วนจะมีการแพร่กระจายโรคทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ ช่วงที่มีอาการไม่มีหลักฐานพบเชื้อในน้ำอสุจิหรือเยื่อเมือก และยืนยันว่าไม่มีการแพร่ระบาดไปจากแม่สู่ลูกในครรภ์ 

ด้าน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ว่า นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรการต่างๆ โดยขอให้ประชาชนอย่ายึดติดกับคำว่าปิดประเทศ ขอให้มองที่มาตรการที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่วนคำว่าปิดกรุงเทพมหานคร มีผลกระทบจำนวนมาก และเป็นเรื่องที่ยาก จึงเลือกใช้วิธีที่สามารถควบคุมเชื้อทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลได้

พร้อมกับรณรงค์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ นอกจากนั้นยังมีการวางแผนตามขั้นตอนในการลำเลียงอาหารไปให้ผู้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นด่านหน้าในการปะทะเชื้อ การอยู่บ้านถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ และขอให้ฟังการประชาสัมพันธ์จากทางศูนย์แถลงข่าวเพียงช่องทางเดียวเพื่อป้องกันการสับสน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Top