ได้ข้อสรุป! ‘ป่าไม้’ เอาผิด ‘ปารีณา’ 3 คดี

ดู 595 ครั้ง
ประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563

ตามที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบที่ดินตามที่ปรากฏในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต 3 ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินประเภทที่ดิน เอกสาร ภ.บ.ท. 5 ลำดับที่ 19 – 76 จำนวน 58 แปลง เนื้อที่ 1,706 ไร่เศษ ท้องที่ หมู่ที่ 6 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี และตามที่นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 สรุปความได้ว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าที่รัฐบาลอนุญาต (ป่าไม้อนุญาต) โดยเสียภาษีดอกหญ้าเป็นเวลามากว่า 10 ปี ตนไม่ได้รับการจัดสรร ใครก็สามารถเข้าทำประโยชน์ได้แต่ต้องเสียภาษีบำรุงท้องที่ เป็นที่ของหลวงที่เข้าไปทำประโยชน์ได้ ข้อเท็จจริงปรากฏแล้ว นั้น

กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ จึงมีคำสั่งที่ 3988/2562 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 และคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 4181/2562 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบพื้นที่ป่าในท้องที่จังหวัดราชบุรี โดยให้มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่รวมถึงบริเวณใกล้เคียงว่ามีความเกี่ยวพันกับหน้าที่ความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ หรือไม่

คณะทำงานตามคำสั่งฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบในเบื้องต้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่า พื้นที่ที่มีการร้องเรียนอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลแก้มอ้น ตำบลเบิกไพร ตำบลด่านทับตะโก ตำบลปากช่อง ตำบลจอมบึง ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง ตำบลป่าหวาย ตำบลท่าเคย ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง และตำบลหนองพันจันทร์ ตำบลบ้านคา ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2554 และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 1,069 (พ.ศ 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและดำเนินการตรวจสอบตามระเบียบและกฎหมาย ต่อไป คณะทำงานตามคำสั่งฯ จึงได้ร่วมกันตรวจสอบและพิจารณา ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ โดยในการนี้คณะทำงานตามคำสั่งฯ ได้แบ่งการดำเนินงานเป็น ดังนี้

1. เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2562 คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยตรวจสอบแล้วพบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และที่ป่าตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 นอกเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดจำนวน 46 - 1 - 40 ไร่ ในฐานความผิดตตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 และมาตรา 72 ตรี พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 และมาตรา 31 ประมวลกฎหมายกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 และดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2562

2. สำหรับพื้นที่ที่ดำเนินการตรวจสอบแล้วพบว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และที่ป่าตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลแก้มอ้น ตำบลเบิกไพร ตำบลด่านทับตะโก ตำบลปากช่อง ตำบลจอมบึง ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง ตำบลป่าหวาย ตำบลท่าเคย ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง และตำบลหนองพันจันทร์ ตำบลบ้านคา ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2554 อีกจำนวน 682 ไร่ (เป็นข้อมูลที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ได้ตรวจสอบไว้) เนื่องจากส่วนนี้ยังไม่ได้ข้อยุติในสถานะของพื้นที่ คณะทำงานตามคำสั่งฯ ได้รายงานกรมป่าไม้เพื่อโปรดทราบและพิจารณา กรมป่าไม้พิจารณาเห็นควรหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนจะดำเนินการต่อไป

กรมป่าไม้มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ทส 1609.2/25460 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2562 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2536 อนุมัติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่ได้จำแนกไว้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการเกษตร (Zone A) และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2536 ให้กรมป่าไม้มอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าไม้ถาวรที่เสื่อมสภาพแล้วและราษฎรเข้าถือครองทำกินอยู่ให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) นำไปปฏิรูปที่ดิน

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2537 อนุมัติให้ดำเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในเขตเศรษฐกิจเสื่อมโทรม (Zone E) ตามลำดับ หลังจากนั้น การปฏิบัติงานระหว่างหน่วยงานของ ส.ป.ก. กับกรมป่าไม้ เกิดมีความเห็นเป็นหลายฝ่ายในแนวทางปฏิบัติและได้มีการหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหลายครั้ง และปัจจุบันได้มีคำพิพากษาของศาลในคดีที่เกี่ยวกับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยวางไว้เป็นบรรทัดฐานเพื่อให้ส่วนราชการปฏิบัติ

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ได้พิจารณาข้อหารือของกรมป่าไม้ โดยมีผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) และผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมป่าไม้) เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏตามเรื่องเสร็จที่ 124/2563 คณะทำงานตามคำสั่งฯ ได้รับทราบความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ซึ่งผูกพันหน่วยงานราชการและเป็นบรรทัดฐานในการปฏิบัติงานต่อไปแล้ว จึงพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

คณะทำงานตามคำสั่งฯ และเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจสอบ ได้ตรวจพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 124/2563 แล้ว เห็นว่าการกระทำของนางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ในการยึดถือครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่ตำบลแก้มอ้น ตำบลเบิกไพร ตำบลด่านทับตะโก ตำบลปากช่อง ตำบลจอมบึง ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง ตำบลป่าหวาย ตำบลท่าเคย ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง และตำบลหนองพันจันทร์ ตำบลบ้านคา ตำบลบ้านบึง อำเภอบ้านคา จังหวัดราชบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2554 และยังคงมีสถานะเป็นป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี และที่ป่าตามมาตรา 4 (1) แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เป็นการกระทำผิดกฎหมายป่าไม้ที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ

3. ตามข้อสั่งการของ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้สั่งการให้คณะทำงานดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย โดยตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ต่อเนื่อง ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คณะทำงานได้ร่วมตรวจสอบรังวัดพื้นที่และบริเวณฟาร์มไก่ “เขาสน” ทั้งหมดและนำข้อมูลมาดำเนินการจัดทำแผนที่ และเอกสารสำคัญเพื่อประกอบบันทึกร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อความชัดเจนของการดำเนินคดีสรุปการดำเนินคดีทั้งหมดจำนวน 3 คดี ประกอบด้วย

คดีที่ 1 พื้นที่ตรวจยึด 387-0-80ไร่ เป็นบริเวณฟาร์มไก่เขาสน มีการใช้ประโยชน์พื้นที่ทำฟาร์มไก่ชัดเจน พื้นที่อยู่ในเขตรั้วลวดหนามทั้งหมดชัดเจน มีโรงเรือน อาคารในบริเวณนี้ โดยคดีนี้จะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ นส.ปารีณา ไกรคุปต์ ผู้จดทะเบียนเป็นเจ้าของฟาร์มไก่ “เขาสน” ตามข้อมูลจาก กรมปศุสัตว์ เป็นผู้ครอบครอง ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้

คดีที่2 เป็นพื้นที่ติดกันนอกรั้วใกล้เคียงต่อเนื่อง สภาพพื้นที่เป็นที่เลี้ยงสัตว์ และโรงเรือนเก่า มีความต่อเนื่องกับฟาร์มไก่เขาสน แต่ไม่มีประจักษ์พยาน และวัตถุพยานหลักฐานที่ชี้ชัดว่าเป็นของใคร เนื้อที่ 207-2-41ไร่ ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.ส่วนป้องกันและกิจการพิเศษ หน.ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้

คดีที่ 3 เป็นพื้นที่ติดต่อกัน สภาพเป็นแปลงปลูกป่ายูคาลิปตัส เนื้อที่ 70-2-32ไร่ นายพัฒนะ ศิริมัย ผอ.ศูนย์ป่าไม้จังหวัดราชบุรี ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในพื้นที่ เข้าร่วม รวมเนื้อที่ตรวจยึด 665-1-53 ไร่

พื้นที่ตรวจยึดทั้งหมด ตรวจสอบตามข้อมูลรายละเอียดแผนที่รังวัดที่ คณะเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปฎิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีและเจ้าหน้าที่ป่าไม้เคยสำรวจไว้ครั้งหนึ่งโดยมี ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนนำชี้ ซึ่งเป็นข้อมูลเดิม จำนวน 682 ไร่ซึ่งข้อมูลใกล้เคียงกันแตกต่างจำนวนประมาณ 17 ไร่ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมดำเนินการจัดทำบันทึก และบัญชีเอกสารประกอบเสร็จเรียบร้อย และจะนำไปร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ที่ บก.ปทส.ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้วันที่ 14 ก.พ.2563 ต่อไป.

Top