เจ้าของร้านเสื้อกีฬา เครียดปัญหาการค้า ปมรัวกระสุนกว่า 40 นัด

ดู 826 ครั้ง
ประจำวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563

พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. เปิดเผยถึง การจับกุมตัว นายเอกชัย จารึกศิลป์ อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาที่ใช้อาวุธปืนยิงรัวเกือบ 40 นัดภายในอาคารพาณิชย์ จำหน่ายเสื้อผ้ากีฬา ย่านจุฬาซอย 10 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้พี่ชายของผู้ต้องหาเข้าไปที่เกลี้ยกล่อม เป็นเวลาประมาณนานเกือบ 2 ชั่วโมง ผู้ต้องหาจึงสงบอารมณ์และยอมมอบตัวกับตำรวจ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยอรินทรราช 26  ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน กำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหา ก่อนนำตัวไปส่งตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเบื้องต้นตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีอาการมึนเมา ไม่พบสารเสพติด และไม่มีประวัติการรักษาอาการป่วยทางจิต มีเพียงโรคประจำตัวเบาหวานเท่านั้น

จากการสอบปากคำผู้ต้องหา ยืนยันว่า สาเหตุลงมือมาจากความเครียดเรื่องปัญหาครอบครัวและปัญหาเรื่องการค้า ที่ค้าขายไม่ดี ซึ่งผู้ต้องหาครอบครองอาวุธปืนที่จดทะเบียนทั้งหมด 4 กระบอก แต่อาวุธปืนที่พบในบ้านและใช้ก่อเหตุมีจำนวน 2 กระบอก คือ ปืนกล็อค (Glock)ขนาด 9 มม. และปืนโคลท์ ขนาด .45 มม. ส่วนจำนวนกระสุนที่ใช้ยิงคาดว่าอยู่ที่ 30-40 นัด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง และหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งเรืองขอเพิกถอนใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืนของผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น และเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาความผิดตามพรบ.อาวุธปืน หากตรวจสอบมีความเสียหายเพิ่มเติม ผู้ต้องหาก็จะต้องต้องรับผิดชอบตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ปิยะ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการลงมือก่อเหตุครั้งนี้เป็นการเลียนแบบเหตุกราดยิงที่พื้นที่ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 จ.นครราชสีมา ว่า เป็นเพียงแค่ความบังเอิญที่เหตุเกิดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่ไม่น่าใช่พฤติกรรมเลียนแบบ

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีพยานที่พักอาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียง บอกว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ผ่านมา ผู้ต้องหาเคยใช้ปืนยิงขึ้นฟ้า 5 นัดมาก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครแจ้งตำรวจ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้าน และสงสารผู้ก่อเหตุที่พักหลังประสบปัญหาธุรกิจ ยอดขายลดลงถึง 4 เท่าตัว บางวันขายถุงเท้าได้เพียง 1 คู่ โดยก่อนลงมือก่อเหตุซ้ำในเช้าวันนี้ ผู้ต้องหาให้ภรรยาและลูกออกจากอาคารพาณิชย์ไปก่อนแล้ว รวมถึงให้ลูกน้องออกจากงานทั้งหมด.

Top