จับหนุ่มตระเวนลักทรัพย์ นทท.ตามโรงแรมหรู ได้ครึ่งล้านไปเปย์สาว

ดู 423 ครั้ง
ประจำวันที่ 28 มกราคม 2563

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 63 กล้องวงจรปิดบริเวณริมถนน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของกระบี่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ และภายในโรงแรมหรูระดับ 4-5 ดาวจับภาพ ชายทำทีเป็นนักท่องเที่ยวเข้าไปเปิดห้องพักและก่อเหตุลักทรัพย์ของนักท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 6 ม.ค. และวันที่ 19 ม.ค. 63 รวม 4 โรงแรม ซึ่งคนร้ายทำเนียนเดินลากกระเป๋าทำทีเข้าไปพักโดยใช้ชื่อบุคคลอื่น และอาศัยช่วงจังหวะเผลอเข้างัดห้องพักโดยใช้การ์ดแข็งงัดลูกบิดเข้าไปรื้อค้นงัดตู้เซฟ เอาทรัพย์สินในห้องพักที่นักท่องเที่ยวไม่อยู่ ก่อนจะออกไปจากโรงแรม แล้วนำเงินที่ได้ไปใช้จ่าย นำบัตรเครดิตไปกดเงินซื้อของ และกดเงินสด รวมจำนวนเงินที่เสียหายกว่า 5 แสนบาท

หลังเกิดเหตุล่าสุดวันที่ 27 ม.ค. 63 ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กระบี่ ได้แกะรอยจนมีการออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ คือนายฤทธิเมธ หรือคิว สิงหอำเภอ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/149 แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล จ.กระบี่ที่ 43/2563 ลงวันที่ 25 ม.ค. 63 ในข้อหาลักทรัพย์โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ และข้อหาทำให้เสียทรัพย์ จับกุมได้ที่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ หลังเดินทางไปท่องเที่ยว

พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้นำผู้ต้องหารายนี้ไปชี้จุดทำแผนที่ลงมือก่อเหตุเป็นโรงแรมต่าง ๆ 4 แห่ง จุดที่นำตู้เซฟบ็อกซ์ของโรงแรมไปทิ้ง จุดกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่หน้าหาดอ่าวนาง และตู้เอทีเอ็มต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ท่ามกลางนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ผ่านไปมา ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่าที่ทำไปเพราะขาดทุนจากธุรกิจรับเหมาจึงเดินทางมาก่อเหตุที่กระบี่


พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง ระบุว่า พฤติกรรมของคนร้าย ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง โดยในสภ.อ่าวนาง เกิดเหตุขึ้น 5 ครั้งใน 4 โรงแรม ผู้เสียหายเป็นชาวสวีเดน ฟินแลนด์ อังกฤษ และจีน โดยมีทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายขโมยไปประมาณร่วม 5 แสนบาท ซึ่งมีทั้งสร้อยคอทอง เครื่องประดับ เงินสด เงินในบัตรเอทีเอ็ม และบัตรเครดิตที่ผู้เสียหายเขียนรหัสไว้ด้านหลัง ตรวจสอบประวัติ พบเคยตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกันของพื้นที่ จ.ภูเก็ต เมื่อปี 2556 ถูกจับกุมดำเนินคดี จนพ้นโทษออกมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และมาก่อเหตุที่อ่าวนางหลายครั้ง

เบื้องต้นพบว่าหลังก่อเหตุจะตระเวนพาหญิงสาวไปเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ในหลายจังหวัด ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย เปิดห้องพักหรู เช่ารถยนต์ขับ และจะทิ้งช่วงมาก่อเหตุ โดยเลือกพื้นที่หาดอ่าวนางเป็นหลัก ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรม กล่าวว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นสร้างความไม่มั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวอย่างมาก เพราะบางรายหลังถูกขโมยไป วีซ่า พาสปอร์ตหาย ก็ต้องบินไปทำใหม่ที่ กทม.สร้างความลำบาก หลังเกิดเหตุทางผู้ประกอบการได้แจ้งความและทางตำรวจก็ทำงานอย่างเต็มที่จนจับกุมได้ ซึ่งต้องขอบคุณทางตำรวจอย่างมาก เพราะหากจับไม่ได้เชื่อว่าคนร้ายรายนี้ก็จะมาก่อเหตุอีกแน่นอน.

Top