“เสี่ยหมู” ตาแข็งเดินเบียดนักข่าว ปิดปากเงียบไม่ขอโทษ

ดู 858 ครั้ง
ประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2562

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป เหตุการณ์ทะเลาะวิวาท โดยพบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์รุมทำร้ายชายวัยกลางคน เหตุเกิดในซอย ตม.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี โดยชายวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้จับคนขับรถเก๋งล็อกเอาไว้ ส่วนชายสวมเสื้อสีดำอีกคนได้รัวหมัดใส่ไม่ยั้ง ก่อนจะเตะซ้ำจนคนขับรถเก๋งล้มลงคล้ายหมดสติ

ล่าสุดที่ สภ.สวนพริกไทย พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ. 1 ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ที่ปรากฎภายในคลิป ได้แก่ นายธันวา ทรัพย์สินไพบูลย์ หรือ บิ๊ก อายุ 30 ปี คนต่อย, นายไพโรจน์ สีทอง หรือ หมุด อายุ 34 ปี คนขับบิ๊กไบค์, นายรามัญ คงแป้น หรือ ดำ อายุ 27 ปี  คนล็อค ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันออกสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอด ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พ. ย. ผู้ก่อเหตุทั้งหมดทนต่อการถูกติดตามกดดันของตำรวจไม่ไหวจึงได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้คดีตามกฎหมาย ส่วน น.ส.นันท์นภัส ทิพย์กังวานวงศ์ ภรรยาของ บิ๊ก ไปร่วมงานแต่งงานของญาติที่ จ.หนองบัวลำภู

พล.ต.ต.ธนายุตม์ กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุ นายสมบัติ ผู้เสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ว่าในวันที่ 21 พ.ย. ได้นัดเจรจากับ นายบิ๊ก เรื่องค้างค่าจ้างแรงงานของญาติ ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดปทุมธานี เมื่อตกลงและจ่ายเงินค่าจ้างกันเรียบร้อยแล้ว ก็ขับรถออกมา พร้อมภรรยาและลูก ขณะขับรถถึงบริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว นายธันวา ขับรถยนต์ มากับ น.ส. นันท์นภัส และนายรามัญ ส่วนนายไพโรจน์ ขี่ จยย. นำหน้ารถยนต์เก๋งผู้เสียหาย เมื่อถึงที่เกิดเหตุ นายไพโรจน์ ได้จอด จยย.ขวางทางเดินรถของผู้เสียหาย ส่วนนายธันวา ก็หยุดรถปิดท้ายรถผู้เสียหาย

จากนั้นนายธันวา จึงลงจากรถมากระชากประตูรถดึงตัวผู้เสียหายลงจากรถ ส่วนนายรามัญ เดินเข้ามาจับล็อคแขนผู้เสียหายไว้ และนายธันวา ได้ใช้หมัดชกและใช้เท้าแตะทำร้ายผู้เสียหายจำนวนหลายครั้ง ซึ่งจากการดูคลิป มีการต่อย 8 ครั้ง และเตะอีก 9 ครั้ง ผู้เสียหายล้มลงแล้วก็ยังเตะซ้ำอยู่ ภายหลังจากก่อเหตุผู้ก่อเหตุก็จึงได้ขับรถหลบหนีไป

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง แต่ยังมีบางราย ที่ให้การภาคเสธ โดยจาการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนั้น นายรามัญ เพิ่งพ้นโทษคดีทำร้ายร่างกาย จากเรือนจำมาได้ไม่นาน สำหรับสาเหตุนั้นเนื่องจาก นายธันวา ไม่พอใจและโกรธผู้เสียหาย ที่ได้นำเรื่องค้างค่าจ่ายค่าแรงของญาตินายสมบัติ ไปแจ้งกับ ตม.ปทุมธานี

สำหรับร้านอาหารอีสานของ นายธันวา หลังจากนี้ ตำรวจจะมีการขยายผลร้านอาหารอีสานว่ามีการเปิดร้านถูกต้องหรือไม่ รวมถึงแรงงานลูกจ้างในร้านว่าจ้างมาอยู่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนการดำเนินคดี ตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น พร้อมคัดค้านการประกันตัว และนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดปทุมธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ผู้สื่อข่าวพยายามสอบภามนายธันวา ว่าจะขอโทษผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งนายธันวา มีท่าทางเกรี้ยวกราด พยายามเบียดสื่อมวลชน และไม่มีท่าทีสำนึกผิดกับสิ่งที่ก่อเหตุไป.

Top