วิกฤตประท้วง! ฉุดฮ่องกงเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งแรกในรอบทศวรรษ

ดู 1,149 ครั้ง
ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562

รัฐบาลฮ่องกงออกแถลงการณ์ยืนยันถึงผลกระทบจากวิกฤตประท้วงที่ยืดเยื้อมานานกว่า 5 เดือน ว่าส่งผลให้ฮ่องกงเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการแล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ทศวรรษ หลังตัวเลขการเติบโตทางเศษฐกิจ ติดลบต่อเนื่อง 2 ไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ช่วงระหว่างเดือนเมษายนจนถึงมิถุนายนที่การประท้วงเปิดฉากขึ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจของฮ่องกงร่วงลงทันที 0.4 เปอร์เซ็นต์ ตามด้วยไตรมาส 3 ช่วงเดือนกรกฏาคมถึงกันยายน เศรษฐกิจดิ่งลงหนักกว่า 3.2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการก่อจลาจลและการปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วงในย่านท่องเที่ยวและเขตธุรกิจ ที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวในฮ่องกงหดหายไปเกินครึ่ง

ชนวนประท้วงในฮ่องกงนั้นปะทุขึ้นจากความไม่พอใจรัฐบาล ที่วางแผนผ่านร่างกฏหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ที่เปิดช่องให้จีนแผ่นดินใหญ่ สามารถขอส่งตัวผู้ต้องสงสัยหรือศัตรูทางการเมืองจากฮ่องกงได้ ทำให้ชาวฮ่องกง เกิดความกังวลว่าอาจเป็นการบั่นทอนสิทธิเสรีภาพและกระบวนการยุติธรรม ขณะที่การประท้วงรุนแรงที่เกิดต่อเนื่องทุกสุดสัปดาห์ ทำให้รัฐบาลฮ่องกงนำโดยนางแครี่ แลม ต้องยอมถอนกฏหมายดังกล่าว แต่ก็ไม่สามารถระงับความโกรธแค้นของผู้ประท้วง ที่เพิ่มข้อเรียกร้องเป็น 5 ข้อ และไม่ยอมให้ต่อรองแม้ข้อเดียว ได้แก่

1.เพิกถอนกฏหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ถาวร
2.ห้ามระบุถึงการประท้วงครั้งนี้ว่าเป็นการก่อจลาจล
3.ปล่อยตัวและยกเลิกข้อกล่าวหากลุ่มผู้ประท้วงที่ถูกจับกุม
4.ตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนการใช้ความรุนแรงของตำรวจต่อผู้ประท้วง
5.ยุบสภาและจัดลงคะแนนเสียงเลือกตั้งตามหลักสากล

จนถึงตอนนี้ สถานการณ์ประท้วง ยังคงทวีความรุนแรงและตึงเครียดมากขึ้นจากการชุมนุมและก่อจลาจลขัดขวางระบบคมนาคมในวันธรรมดา ผู้เชี่ยวชาญ คาดการณ์ว่าตัวเลขเศรษฐกิจของฮ่องกงตลอดปีนี้ จะติดลบถึง 1.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงยืนยันว่าสิ่งสำคัญในการแก้ไขวิกฤตการณ์ครั้งนี้ คือการยุติความรุนแรงและฟื้นคืนความสงบสุขแก่ประชาชน พร้อมทั้งให้คำมั่น ว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนและคุ้มครองผู้ประกอบการในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆที่ได้รับผลกระทบ.

 

Top