จ่อเรียก ‘หนิง ปณิตา’ ให้ข้อมูล ปมโพสต์ไอจีจวกตำรวจ

ดู 2,196 ครั้ง
ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณีดาราสาว หนิง ปาณิตา ธรรมวัฒนะ โพสต์รูปและข้อความลงในอินสตาแกรม ในทำนองว่าถูกตำรวจจราจรเรียกรับเงิน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีว่า กรณีดังกล่าว ต้องตรวจสอบก่อนว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ใด ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อสอบถามข้อมูลที่แท้จริงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีข้อเท็จจริงอย่างไร ทั้งที่ไปที่มาของการเรียกรถของดาราคนดังกล่าวและขั้นตอนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ อีกทั้ง ยังต้องมีการสอบถามดาราดังกล่าวด้วยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและดาราคนดังกล่าว ต้องวอนไปยังดาราสาวคู่กรณี เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมหากพบว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถูกต้องก็ต้องมีการดำเนินการทางวินัย และทางอาญาตามขั้นตอนกฎหมาย แต่หากเป็นขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ แล้ว คงต้องชื่นชมและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกัน

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

โพสต์ที่แชร์โดย ᴘᴀɴɪᴛᴀ ᴛᴜᴍᴡᴀᴛᴛᴀɴᴀ (@ningpanita) เมื่อ

ขณะที่ เฟซบุ๊กศูนย์ควบคุมและสั่งการ บก.02 (บก.จร.) ได้เผยแพร่ข้อความระบุว่า จาการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเบื้องต้นปรากฏว่า “ก่อนเกิดเหตุ วันที่ 21 ตุลาคม เวลาประมาณ 07.00 น. ส.ต.ท.ธีรพงษ์ ขาบจันทึก (รหัส 5513) ผบ.หมู่ งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดี รังสิต กก.2 บก.จร. ได้ยืนปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรอยู่บน ถ.วิภาวดีฯ ขาเข้าทางด้านคู่ขนา ต่อมาเวลา ประมาณ 07.14 น. ได้มีรถยนต์ ยี่ห้อ มาเซราติ สีเทา ขับขี่มาจากทางด้านแยกบางเขน ใช้ช่องทางคู่ขนานมาตลอดเพื่อ มุ่งหน้าจะไปแยกลาดพร้าว จนกระทั้งมาถึงจุดเกิดเหตุ ส.ต.ท.ธีรพงษ์ จึงได้สัญญาณมือให้หยุดรถ เนื่องด้วยผู้ขับขี่ได้ ขับขี่ฝ่าฝืนเครื่องหมายบนทาง ซึ่งเป็นการขับขี่ในลักษณะเปลี่ยนช่องทางกระทันหันเดินรถโดยฝ่าฝืนเส้นทึบบนทาง

เมื่อผู้ขับขี่ได้หยุดรถ จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตใบขับขี่ ผู้ขับขี่ได้แจ้งว่า มิได้พกติดตัวมา และได้ยืนบัตรประชาชนให้ จึงได้ทราบว่า ผู้ขับขี่ชื่อ น.ส.ปณิตา ธรรมวัฒนะ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบว่า ผู้ขับขี่ มีความผิดในข้างต้น ขณะที่กำลังบันทึกข้อมูลในใบสั่งนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินตรวจสอบรอบตัวรถก็ยังไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถยี่ห้ออะไร จึงได้สอบถาม ผู้ขับขี่ แต่เจ้าหน้าที่สะกดไม่ถูกจึงได้เดินไปดูข้อมูลดังกล่าวที่ แผ่นป้ายวงกลมการชำระภาษีประจำปี ปรากฏว่า รถคันดังกล่าวยังไม่ได้ชำระภาษีประจำปี จึงได้เพิ่มข้อหา นำรถยนต์ที่ยังไม่ได้ชำระภาษีมาใช้ในทาง อีกหนึ่งข้อหา ลงในใบสั่ง เมื่อเขียนเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งใบสั่งดังกล่าวให้กับ ผู้ขับขี่ไป หลังจากนั้น ผู้ขับขี่จึงได้ขับออกไปจากที่เกิดเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้จับ ได้ทำการบันทึกข้อมูลลงใน ระบบ PTM ปรากฏว่า ในระบบแจ้งว่า รถคันดังกล่าวได้ขับขี่รถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนมาใช้ทางโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมยืนยันว่าขณะที่เจ้าที่หน้ากำลังปฏิบัติหน้าที่ และในระหว่างสนทนากับผู้ขับขี่นั้น มิได้มีการเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด”.

Top