‘บิ๊กแป๊ะ’ สั่งสอบตำรวจ ยิงรถขนเหล้าหนีด่าน กระสุนเจาะหัวเด็ก 13 ดับ

ดู 971 ครั้ง
ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2562

เมื่อช่วงดึกของวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังเหนือ จ.ลำปาง ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณสามแยกทางเข้าบ้านเมืองตึง ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง หลังรับแจ้งพนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน และผู้ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะวีโก้ สีบรอนซ์เงิน จอดอยู่ สภาพล้อยางทั้ง 4 เส้นแบน ที่เกิดเหตุพบ นายมานพ สูงขาว อายุ 34 ปี ผู้ขับรถยนต์ และ ด.ช.กฤษณพงษ์ สูงขาว อายุ 13 ปี บุตรชาย ถูกลูกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่บริเวณศีรษะ นำตัวส่งโรงบาลวังเหนือ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่กา จ.พะเยา ได้ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัด บริเวณถนนสายวังเหนือ-พะเยา โดยได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่า มีรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีเทา ขนยาบ้ามาจาก อ.วังเหนือ มุ่งหน้าไป จ.พะเยา ต่อมา พบรถยนต์ต้องสงสัยตรงกับที่ได้รับแจ้ง จึงได้แสดงตนเพื่อขอตรวจค้น แต่ชายคนดังกล่าวได้กลับรถและขับรถหลบหนี ย้อนกลับไป อ.วังเหนือ เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ขับรถไล่ติดตาม

เมื่อไปถึงบริเวณที่เกิดเหตุ นายมานพ ได้ขับรถชนท้ายรถแทรกเตอร์ของชาวบ้าน และพยายามจะถอยรถมาชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ใช้อาวุธปืนประจำกายยิงไปที่รถของ นายมานพ เมื่อเห็นว่ารถได้จอดนิ่งแล้ว จึงได้เข้าตรวจสอบพบ ด.ช.กฤษณพงศ์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ จึงรีบนำตัวส่ง รพ.วังเหนือ และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งจากการตรวจค้นรถยนต์ต้องสงสัย พบสุรากลั่นยังไม่ผ่านการเสียภาษีสรรพสามิต จำนวน 18 ถุง จึงได้ทำการตรวจยึด เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า สำหรับคดีนี้จะแบ่งสำนวนการสอบสวนออกเป็น 3 สำนวน คือ สำนวนคดีซื้อหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิต โดยฝ่าฝืน, สำนวนคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต, สำนวนคดีฆ่าผู้อื่น ซึ่งในเบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.วังเหนือ ได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องจำนวน 4 ราย ในข้อหา ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ไปแล้ว และจะมีการเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมหลังจาก ด.ช.กฤษณพงษ์ เสียชีวิต ในส่วนการดำเนินการทางวินัยนั้น พล.ต.ต.ธรรมศักดิ์ ปิ่นทอง ผบก.ภ.จ.พะเยา ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายและให้ความกระจ่างแก่สังคม

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับพนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนอย่างตรงไปตรงไปมา ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงทางคดีเป็นสำคัญ ประกอบการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการนำหลักการของยุทธวิธีตำรวจและการตัดสินใจใช้อาวุธปืน อย่างเพียงพอหรือไม่ กระทำการเกินกว่าเหตุหรือไม่ ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย.

Top