‘บิ๊กแป๊ะ’ หวั่น ตร.ฆ่าตัวตาย เปิดโอกาสย้ายตามสายถนัด

ดู 1,068 ครั้ง
ประจำวันที่ 24 กันยายน 2562

จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดอาการเครียดจัดเพราะถูกย้ายงานไปในทางที่ตัวเองไม่ถนัด จนสุดท้ายหาทางออกไม่ได้ ก่อเหตุฆ่าตัวตายในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาถึง 4 นาย

ล่าสุดทีมงานโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ฝากแสดงความเสียใจกับครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิต จากปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการไปยัง พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วยผบ.ตร. ให้ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังและได้กำหนดกรอบการแก้ไขปัญหาในด้านนี้ออกเป็น 3 มิติ คือ

1.การแต่งตั้งในรอบ รองผบก.-สว. วาระประจำปี 2562 ที่จะถึงนี้ ก็เปิดโอกาสให้ข้าราชการตำรวจที่มีความประสงค์ขอย้ายกลับภูมิลำเนา หรือขอย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ตนเองคิดว่าน่าจะมีความถนัดมากกว่า ก็สามารถทำเรื่องสมัครใจขอย้ายได้ ซึ่งจะมีการพิจารณาในลำดับต่อไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกท่านที่ขอมาจะได้รับการตอบสนองทุกคน การบริหารงานผู้ที่มีหน้าที่แต่งตั้ง หรือผู้บังคับบัญชาต้องไปดูอัตราส่วนที่มีความเหมาะสมด้วย

2.มีการสำรวจผู้ที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (รร.นรต.) หรือผู้ที่จบปริญญาตรีมีคุณวุฒิทางด้านกฎหมาย สามารถไปดำรงตำแหน่งที่ทำหน้าที่สอบสวนได้ โดยจะมีการสอบถามความสมัครใจเพื่อแต่งตั้งไปลงตำแหน่งดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาทราบว่าการสอบสวนเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพราะฉะนั้นจะมีการแต่งตั้งเพื่อที่ทำให้เกิดความยุติธรรมให้มากที่สุด

3.การเพิ่มเจ้าหน้าที่ธุรการทางคดีหรือผู้ช่วยพนักงานสอบสวน เพื่อช่วยงานพนักงานสอบสวน ทั้งนี้การกำหนดเงินค่า ตำแหน่งที่ทำหน้าที่สอบสวนเราได้ให้ตามที่พึงมีพึงได้ การกำหนดเงินเพิ่มสำหรับรองสารวัตรได้รับเพิ่ม 12,000 บาท ตำแหน่งสารวัตร ได้รับเพิ่ม 14,400 บาท ตำแหน่งรองผู้กำกับการ ได้รับเพิ่ม 17,300 บาท ตำแหน่งผู้กำกับการ ได้รับเพิ่ม 20,800 บาท ตำแหน่งรองผู้บังคับการ ได้รับเพิ่ม 25,000 บาท ก็ถือว่าเป็นเงินเพิ่มผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายสอบสวน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

สำหรับสาเหตุการทำอัตวินิบากรรมของพนักงานสอบสวนที่เกิดขึ้นนั้น หากบอกว่าเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในสายสอบสวนคงไม่ใช่เหตุผลทั้งหมด มีหลายคนที่เคยผ่านงานสอบสวนมา ก็บอกว่าไม่ได้แย่อย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการเวลาของตนเอง เมื่อไปดูภูมิหลังของแต่ละบุคคล มักไม่ใช่งานสอบสวนเป็นหลัก บางรายอาจจะมีโรคประจำตัว โรคซึมเศร้า หรือไม่สามารถแก้ไขปัญหาส่วนตัวได้ ซึ่งต้องให้ผู้ใกล้ชิด รวมถึงผู้บังคับบัญชาคอยดูแลในลักษณะพี่เลี้ยงอย่างใกล้ชิดด้วย

การแต่งตั้งโยกย้ายในแต่ละปีต้องยอมรับว่า ผู้ที่ทำหน้าที่แต่งตั้งคงไม่สามารถตอบสนองได้ทุกราย การแต่งตั้งก็ต้องมองในภาพรวมว่า ในองค์กรขนาดใหญ่ที่มีบุคลากร 2 แสนกว่าคน การแต่งตั้งคงไม่สามารถทำตามใจผู้ที่มีความประสงค์ได้ทั้งหมด แต่ต้องดูในภาพรวมว่าจะต้องเอาคนกลุ่มนี้ไปวางในกลุ่มไหน สายงานใด และฝ่ายที่กรองอัตรากำลังก็ต้องวิเคราะห์อย่างใกล้ชิด ว่าการเจริญเติบโตในอนาคตของกลุ่มคนสายงานเหล่านี้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนหรือไม่.

Top