พี่สามีแทงน้องสะใภ้ดับ ฝาก 10 ล้าน ในเซฟธนาคารแล้วไม่คืน

ดู 1,148 ครั้ง
ประจำวันที่ 12 กันยายน 2562

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านหลังหนึ่ง ซอย 2 ถนนเพชรเกษม แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัย ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ สูง 2 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณห้องโถงชั้นล่าง พบศพ นางวาสนา จันตะ อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านอาชีพค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล สภาพสวมเสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกทำร้ายร่างด้วยทุบตีด้วยของแข็งทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังมีบาดแผลถูกแทงและฟันด้วยอาวุธมีด ส่วนสภาพที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจายเลือดนองเกลื่อนพื้น ใกล้ๆกันกับศพพบแผงผับสำหรับขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเปื้อนเลือดของผู้ตายตกอยู่ 1 ชุด มีดพับเปื้อนเลือดความยาวประมาณ 4 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และสากกะเบือหักเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน  

จากการสอบสวน นางสุทธิมา จันตะ อายุ 46 ปี น้องสาวผู้ตายซึ่งเดินทางมาจุดเกิดเหตุ ให้การว่า ปัจจุบันบ้านหลังนี้พี่สาวตนพักอยู่กับสามีคือ นายสมบูรณ์ ทูลธรรมวรกุณ อายุ 54 ปี เพียง 2 คน แต่ก่อนตนก็เคยอยู่บ้านหลังนี้กับพี่สาวและพี่เขยมานานนับ 10 ปี กระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วเพิ่งย้ายออกไป ปกติผู้ตายกับสามีมีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยประกอบกับไม่มีบุตรด้วยกัน ทำให้ทั้งสองอยู่กันแบบเลิกราแต่ไม่ได้หย่าร้าง มีการแบ่งสมบัติกันทั้งบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ที่นำไปฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร โดยทีแรกทรัพย์สินในตู้เซฟนั้นทางพี่เขยได้ยกให้พี่สาวตนทั้งหมด จนมาระยะหลังๆ ทราบว่าพี่เขยจะขอทวงทรัพย์สินบางส่วนในตู้เซฟคืน จนเกิดการขัดแย้งกันรุนแรง มีญาติฝ่ายพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการขู่ฆ่าจะทำร้ายร่างกายพี่สาวตน และมีการแจ้งความดำเนินคดีกันเกิดขึ้น จึงตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ข้างนอก เพราะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องครอบครัว

ก่อนที่ตนจะย้ายออกไปตนได้ฝากฝังกับเพื่อนบ้าน ว่าหากมีการทะเลาะกันเกิดขึ้นที่บ้านขอให้โทรศัพท์ไปบอกตนด้วย เนื่องจากเกรงว่า พี่สาวจะได้รับอันตราย จนกระทั่งบ่ายวันนี้ มีชาวบ้านโทรศัพท์มาบอกตน ช่วงก่อนเกิดเหตุพบ นายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี พี่ชาย นายสมบูรณ์ สามีของพี่สาว ขับรถยนต์มาที่บ้านจากนั้นได้ยินเสียงพี่สาว ทะเลาะกับนายทรงธรรม ดังลั่น ก่อนที่พี่สาวจะส่งเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย สักพัก นายทรงธรรม ก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปด้วยความเร่งรีบ จนมีผู้เข้าไปพบว่า นางวาสนา ถูกฆ่าตายไปแล้ว

จากนั้นนายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปที่ สน.เพชรเกษม เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม ให้การว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าน้องสะใภ้จริง โดยตนมีอาชีพขายข้าวมันไก่ อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนหน้านี้ตนมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกา ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สะสมมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ต่อมาทราบว่า นายสมบูรณ์ น้องชายตนซึ่งเป็นสามีผู้ตายมีตู้เซฟอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ตนจึงนำทรัพย์สินของตนมาฝากไว้ในตู้เซฟของน้องชาย กระทั่งมารู้ภายหลังว่าน้องชายกับ นางวาสนา เลิกราโดยไม่มีการหย่าร้าง แต่กลับมอบกรรมสิทธิ์ตู้เซฟและทรัพย์สินทั้งหมดในตู้เซฟให้เป็นของฝ่ายภรรยา ตนทราบดังนั้นจึงพยายามทวงทรัพย์สินที่เคยฝากไว้คืนจาก นางวาสนา ตั้งแต่ช่วงปี 2560 กลับถูก นางวาสนา บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เรื่องการยักยอกทรัพย์ เป็นคดีความกันมาถึงทุกวันนี้

กระทั่งวันนี้เข้าไปทวงทรัพย์สินที่บ้านอีกและเห็น นางวาสนา นำนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นของตนมาใส่ทำให้เกิดทะเลาะต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน โดยตนนั้นถูก นางวาสนา ใช้แผงขายสลากกินแบ่งและสากกะเบือตี ประกอบกับ นางวาสนา พยายามหยิบมีดทำครัวพุ่งเข้าหาตน ตนจึงพลั้งมือชักมีดพับที่ติดตัวไว้จากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแทง นางวาสนา ตามร่างกายไปหลายแห่ง แล้วตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายทรงธรรม ในเบื้องต้น พอทราบพฤติการณ์การก่อเหตุแล้ว หลังจากนี้ตนจะนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุเพื่อยืนยันคำรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

Top