‘พ.ต.ท.ไวพจน์’ ยันไม่ได้เป็นแกนนำล้มประชุมอาเซียน

ดู 447 ครั้ง
ประจำวันที่ 11 กันยายน 2562

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ศาลฏีกามีคำพิพากษาให้จำคุกอดีตแกนนำ นปช.กับพวกที่บุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพเป็นเวลา 4 ปีว่า หากเป็น ส.ส.แล้วถูกพิพากษาจำคุก จะพ้นจากสมาชิกภาพ ตาม รธน. ม.101(13) ตามรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องพ้นสภาพ หากถูกศาลสั่งจำคุก และปัจจุบัน ศาลพิจารณาคดีอาญาได้ แม้จะอยู่ในสมัยประชุม โดยไม่ต้องขอต่อสภา เพียงแต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.125 วรรค 4

ด้านนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พ.ต.อ.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ยังคงมาประชุมสภาผู้แทนราษฎร และไม่ได้ไปฟังคำพิพากษา จึงต้องรอหมายและยังไม่มีผลอะไร แต่หากศาลพิพากษา กรณีของ พ.ต.อ.ไวพจน์ ก็ถือว่าสิ้นสภาพการเป็นส.ส.ทันที เพราะเป็นคุณสมบัติเดียวกับผู้สมัครส.ส.และจะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง เพราะจะใช้เอกสิทธิ์นี้ได้จะต้องอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีและจะมีการขอตัวไปสอบสวน ซึ่งเป็นการป้องกันการกลั่นแกล้งกัน

นายสุชาติกล่าวว่า ไม่กังวลที่เสียงของ ส.ส.รัฐบาลขาดหายไปเรื่อยๆ เนื่องจากตนมาเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถือเป็นเรื่องของวิปรัฐบาลที่จะต้องบริหารจัดการ อย่างไร หากเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็น และเสียงไม่พอ ตนในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ปกติจะงดออกเสียง ก็สามารถลงคะแนนได้ หากจำเป็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์  ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ในสภา โดยระหว่างการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ของ ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย พ.ต.ท.ไวพจน์ ได้ลุกขึ้นประท้วง ปกป้อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์  อย่างไรก็ตามสักพัก พ.ต.ท.ไวพจน์ก็ออกจากห้องประชุมไป

ขณะที่ พ.ต.ท.ไวพจน์ กล่าวว่า ศาลยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาของตน และยังไม่ได้รับเอกสารใดๆ จากศาล อย่างไรก็ตามไม่รู้สึกกังวล เพราะตนเป็นนักสู้ ย่อมมีบาดแผล แต่ขอยืนยันว่าตนไม่ได้เป็นแกนนำไปล้มการประชุม เพียงแต่ไปร่วมเฉยๆ ไม่ได้ทำความเสียหาย ดังนั้นขึ้นอยู่กับศาลจะเมตตา พร้อมกันนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไร หากศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้วทำให้พ้นสมาชิกภาพ แต่หากพ้นก็ให้บุตรชาย ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ซึ่งคงยังไม่พูดอะไร เพราะทางพรรคก็เห็นถึงสายสัมพันธ์อยู่แล้ว

ด้านนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หาก ส.ส.คนใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก ถือว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.แม้จะมีการรอการลงโทษ เว้นแต่เป็นการรอการลงโทษในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือความผิดฐานหมิ่นประมาท และในส่วนของสภาทำได้เพียงไปขอคัดสำเนาคำพิพากษาจากศาล เพื่อให้ประธานแจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป แต่ไม่มีอำนาจไปดำเนินการจับกุมหรือดำเนินการอย่างอื่น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
Top