เริ่มใกล้ตัว! เจอไมโครพลาสติก 78 ชิ้น ในกระเพาะปลาทู

ดู 679 ครั้ง
ประจำวันที่ 11 กันยายน 2562

จากกรณีที่โลกโซเชียล มีการแชร์ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง” เกี่ยวกับการพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทูไทย ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เฉลี่ยตัวละ 78 ชิ้น ทั้ง เส้นใย ชิ้น แท่ง และกลิตเตอร์ ทำให้ชาวโซเชียลต่างให้ความสนใจและเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยดังกล่าว พบนางสาวเสาวลักษณ์ ขาวแสง อายุ 30 ปี ผู้ช่วยปฏิบัติงานวิจัย ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 3 จ.ตรัง เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของการวิจัย มาจากการที่ทางศูนย์ฯ มีการเก็บขยะทุกวัน จากนั้นจะนำมาแยกเป็นประเภทต่างๆ แล้วชั่งน้ำหนัก เพื่อเป็นการจดบันทึกข้อมูล ว่าในแต่ละรอบเดือน รอบปี มีปริมาณขยะในแต่ละชนิดประมาณเท่าไหร่ กระทั่งพบปัญหาในระบบห่วงโซ่อาหาร โดยเฉพาะในบริเวณหาดเจ้าไหม ซึ่งมีปลาเศรษฐกิจทั่วไปที่ทุกคนสามารถบริโภคได้ และมีราคาที่ไม่สูงเกินไปอยู่เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์ฯ จึงเริ่มเก็บตัวอย่างปลาทูจากกลุ่มประมงขนาดเล็ก เฉพาะน่านน้ำในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม แล้วนำปลามาแยกในส่วนของกระเพาะ เข้าห้องแล็บปฏิบัติการ จนพบไมโครพลาสติกประมาณ 78 ชิ้น ต่อ 1 กระเพาะ จึงทำให้เกิดงานวิจัยชิ้นนี้ขึ้นมา

โดยหลักวิชาการทั่วไป ไมโครพลาสติกจะมีขนาดประมาณ 1-5 มิลลิเมตร และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เพราะมีขนาดเล็กมาก ซึ่งเกิดมาจากการแตกหักของพลาสติกชิ้นใหญ่ในประเภทต่างๆ ด้วยปัจจัยของสิ่งแวดล้อมจนทำให้พลาสติกแตกหักเป็นชิ้นเล็กๆ จนกลายเป็นไมโครพลาสติก จนปลาทูกินเข้าไปดังกล่าว

สำหรับการวิจัยครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ผู้คนตระหนักว่า ควรจัดการขยะอย่างไรให้ถูกวิธี และเป็นเพียงแค่ข้อมูลว่าระบบนิเวศขณะนี้ ถือเป็นวิกฤตขยะทางทะเลแล้ว จึงอยากฝากให้ทุกคนช่วยแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ โดยเฉพาะการช่วยกันลดการทิ้งขยะ ส่วนในอนาคตทางศูนย์ฯ จะทำการวิจัยเรื่องไมโครพลาสติกเพิ่มเติมในหอยตะเภา หอยชักตีน และหอยผีเสื้อ ซึ่งเป็นหอยชื่อดังประจำถิ่นของ จ.ตรัง และเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่คนนิยมบริโภคกันมาก

สำหรับกระจายข่าวเกี่ยวกับเรื่องการพบไมโครพลาสติกในกระเพาะปลาทูไทย จนอาจทำให้ผู้คนเริ่มตื่นตระหนก จนไม่กล้ากินปลาทู แต่เมื่อผลการวิจัยออกมาก็ต้องยอมรับความจริง และอยากให้ตระหนักถึงเรื่องการไม่ทิ้งขยะให้มากที่สุด.

Top