ย้อนดูนโยบาย รถไฟฟ้า 15 บาท ของ ปชป.พรรคร่วมรัฐบาล

ดู 400 ครั้ง
ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2562

ภายหลังจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม คนใหม่ เตรียมมอบโจทย์ให้ 23 หน่วยในสังกัด หาทางลดค่าโดยสารรถเมล์-รถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อลดค่าครองชีพให้ประชาชน หลังมีเสียงสะท้อนว่า ปัจจุบันแพงเกินไป ขณะที่รถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ออกมารับลูกว่าพร้อมปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาล

แท้จริงแล้ว การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้หาเสียงไว้ว่า “จะลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าในเส้นทางที่รัฐบาลลงทุนเองทั้งหมด” โดย ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ เสนอลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่รัฐบาลลงทุนเอง 100% เป็น 15 บาทตลอดสาย เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วง จาก 14-42 บาท เป็น 15 บาท และสายสีน้ำเงิน ช่วงบางใหญ่-หัวลำโพง จากสูงสุด 70 บาท ลดเหลือ 43 บาท หรือลดประมาณ 40 %

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ดร.สามารถ ยังได้โพสต์ว่า ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าเถอะ! จะเป็นใครก็ตามที่มากำกับดูแลกระทรวงคมนาคม มีงานที่จะต่อริเริ่มและสานต่อมากมาย เช่นในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะต้องเร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าตามแผนแม่บท ซึ่งมีเส้นทางรถไฟฟ้ารวมทั้งหมดประมาณ 520 กิโลเมตร เปิดให้บริการแล้วประมาณ 120 กิโลเมตร กำลังก่อสร้าง 175 กิโลเมตร เหลือระยะทางอีกประมาณ 225 กิโลเมตร

การเร่งรัดก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกประมาณ 225 กิโลเมตร ให้แล้วเสร็จโดยเร็วนั้น เป็นสิ่งที่ไม่น่าห่วง แต่สิ่งที่น่าห่วงก็คือค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ซึ่งแพงกว่าในเมืองอื่นในต่างประเทศหลายเมืองเมื่อเปรียบเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำและค่าครองชีพ ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือทีดีอาร์ไอยืนยันคำกล่าวดังกล่าวของผม กล่าวคือทีดีอาร์ไอได้เปรียบเทียบให้เห็นชัดว่าในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในกรุงเทพฯ เท่ากับ 37.50 บาทต่อชั่วโมง ซึ่งถูกกว่าค่าแรงขั้นต่ำในสิงคโปร์ที่เท่ากับ 250 บาทต่อชั่วโมง แต่มีค่าโดยสารรถไฟฟ้าใกล้เคียงกันคือ 16-70 บาทต่อเที่ยว และ 17-60 บาทต่อเที่ยว ตามลำดับ และยังได้เปรียบเทียบกับอีกหลายเมืองทั่วโลกให้เห็นว่าค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ แพงกว่าจริงๆ

ค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ จึงเป็นภาระหนักของพี่น้องประชาชน เพราะบางคนต้องเสียค่าโดยสารรถไฟฟ้าต่อวันมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลใหม่จึงควรมีนโยบายที่จะลดค่าโดยสาร โดยจะต้องลดค่าโดยสารในเส้นทางที่รัฐบาลลงทุนเองทั้งหมด

ยกตัวอย่างเช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางใหญ่-เตาปูน เป็นต้น ซึ่งมีอัตราค่าโดยสาร 14-42 บาท ผมขอเสนอให้ลดลงเหลือ 15 บาท ตลอดสาย ทำให้ค่าโดยสารจากบางใหญ่-เตาปูน ลดลงเหลือ 15 บาท จากเดิม 42 บาท หรือการเดินทางจากบางใหญ่-หัวลำโพง ซึ่งต้องใช้ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง (42 บาท) และสายสีน้ำเงิน (28 บาท) ค่าโดยสารจะลดลงเหลือ 43 บาท (15+28) จากเดิม 70 บาท (42+28) หรือลดลง 27 บาท (70-43) คิดเป็นประมาณร้อยละ 40

การทำเช่นนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อีกทั้งจะทำให้มีผู้โดยสารรถไฟฟ้าในชานเมืองเพิ่มขึ้น คุ้มค่ากับการลงทุน และที่สำคัญ จะส่งผลดีต่อประเทศชาติในการลดปัญหารถติด ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง ลดมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมรับกระแสโลกในการลดก๊าซเรือนกระจก และฝุ่น PM 2.5 อีกด้วย.

Top