ขยายถนนสุขุมวิท ยังไม่รื้อ “ศาลเจ้าพ่อแขก” เชื่อหวั่นเกิดอาถรรพ์

ดู 1,198 ครั้ง
ประจำวันที่ 05 กรกฎาคม 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานก่อสร้างทางที่ 2 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม มีแผนโครงการก่อสร้างปรับปรุง และแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 3 (สุขุมวิท) อ.สัตหีบ – อ.บ้านฉาง ระยะทาง 10.141 กม. โดยขยายช่องทางจราจรเป็น 6-11 ช่องจราจร เริ่มดำเนินการตามกำหนดตั้งแต่ 26 ม.ค.62 - 14 พ.ค.64 รวม 840 วัน ซึ่งการขยายช่องทางดังกล่าว จะตัดผ่านทับบริเวณจุดที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อแขก ซึ่งเคยใช้เป็นแดนประหารยิงเป้า ฆาตกรฆ่าชิงทรัพย์นายทหารอากาศชาวอเมริกัน

ล่าสุด จากการลงสำรวจพื้นที่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำรถไถ และรถแม็คโคร เข้าปรับขยายพื้นผิวถนนไปจนสุดแนวเขตเสาไฟฟ้าแล้ว แต่ได้เว้นบริเวณศาลที่ยื่นขวางช่องทางไว้ ยังไม่มีใครกล้าเข้าไปรื้อถอน หรือเคลื่อนย้าย จึงทำให้ศาลตั้งตระหง่านสูงจากพื้นถนนกว่า 3 เมตร ซึ่งผู้ขับขี่รถสัญจรผ่านไปมาเกือบทุกคัน ก็ยังคงบีบแตรแสดงความเคารพ ต่อศาลเจ้าพ่อแขก ตามแรงศรัทธาเหมือนเช่นเคย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด ถึงการดำเนินการในเรื่องศาล

ทั้งนี้ เชื่อว่า การยังไม่เคลื่อนย้าย หรือรื้อถอนศาลออกนั้น หวั่นเกรงจะเกิดแรงอาถรรพ์จนเป็นอาเพศ หากกระทำไม่ถูกวิธี หรือเป็นการลบหลู่ต่อดวงวิญญาณ ซึ่งชาวบ้านและผู้เลื่อมใสศรัทธา ต่างเฝ้ารอดูการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากให้ศาลเจ้าพ่อแขกอันเก่าแก่ ที่ผู้คนเคารพกราบไหว้มาร่วมครึ่งศตวรรษ เหลือเป็นเพียงตำนาน ไม่มีศาลไว้ให้ผู้คนได้กราบไหว้อีกต่อไป

สำหรับประวัติพอสังเขปของ “ศาลเจ้าพ่อแขก” หรือ “เจ้าพ่อเขาโค้ง” ตามประวัติกล่าวขานไว้ว่า เรื่องราวที่เป็นตำนานได้เริ่มก่อเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2514 เวลา 01.00 น. นายสมศักดิ์ หรือแขก ขวัญแก้ว อายุ 28 ปี ได้ก่อคดีใช้อาวุธปืนฆ่าชิงทรัพย์นายทหารอากาศชาวอเมริกัน ประจำสนามบินอู่ตะเภา บริเวณพื้นที่หมู่ 4 ต.พลูตาหลวง กระทั่ง วันที่ 1 ธ.ค.2514 จอมพลถนอม กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติ มีคำสั่งตามคำประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ให้ผู้บัญชาการสถานีทหารเรือสัตหีบ เป็นประธานทำการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า บริเวณเชิงเขาตะแบก ห่างจุดก่อเหตุเพียง 1.5 กม. ด้วยเพชฌฆาตสารวัตรทหารเรือ 5 นาย ระดมยิงกระสุนเข้าร่างรวม 25 นัด สิ้นใจทันทีในเวลา 14.18 น. นับเป็นการประหารยิงเป้าครั้งหนึ่งของไทย ที่กระทำท่ามกลางสายตาประชาชนจำนวนมาก ด้วยความเฮี้ยนของดวงวิญญาณ จนเกิดเป็นแรงศรัทธา ในราวปี 2515 – 2516 ชาวบ้านจึงได้ร่วมกันตั้งศาลให้เป็นที่สิงห์สถิตดวงวิญญาณ ไว้ให้ผู้คนกราบไหว้ขอพร บันดาลโชคลาภ และความสำเร็จ มาตราบทุกวันนี้.


Top