วัณโรคหลังโพรงจมูก ปมเสียชีวิต ‘น้ำตาล เดอะสตาร์’

ดู 1,792 ครั้ง
ประจำวันที่ 26 มิถุนายน 2562

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมอทิตยาทรกิติคุณ ตึกสยามินทร์ชั้น 7 โรงพยาบาลศิริราช ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รายงานผลการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อหลังโพรงจมูกของ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว พร้อมด้วย รศ.นพ.ปรัญญา สายลักษณ์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์

 

สืบเนื่องจากกรณีการเสียชีวิตของ น้ำตาล-บุตรศรัณย์ ทองชิว เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมานั้น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ส่องกล้องดูบริเวณหลังโพรงจมูก พบว่า บริเวณเยื่อบุหลังโพรงจมูกมีสีผิดปกติไปจากปกติ จึงตัดชิ้นเนื้อบริเวณดังกล่าว นำไปตรวจวินิจฉัยทางพยาธิวิทยาหาสาเหตุการเสียชีวิต ระหว่างตัดชิ้นเนื้อก็ยังพบว่ามีเลือดไหลออกมา จากผลการตรวจชิ้นเนื้อบ่งชี้ว่ามีเชื้อวัณโรคหลังโพรงจมูก ซึ่งในกรณีนี้มีโอกาสติดต่อกันได้น้อย

สำหรับกรณีของ น้ำตาล ซึ่งมีเลือดออกทางจมูกและปากเป็นจำนวนมากขนาดนี้ ยังไม่เคยพบรายงานในผู้ป่วยทั่วไปจากทั่วโลก เพิ่งเกิดกรณีลักษณะนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งวัณโรคนั้น เป็นโรคที่อาจจะไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลยก็ได้ ทำให้ไม่สามารถวินิจฉัย หรือตรวจพบได้ในทันที รวมถึงระยะเวลาการฟักตัวของโรคก็ยังไม่สามารถบอกได้ในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งในกรณีของน้ำตาล ก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่าได้รับเชื้อมาตั้งแต่เมื่อใด หลายครั้งผู้ป่วยหลายรายที่มา แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเป็นส่วนใหญ่

นอกจากนี้ ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ยังได้ให้ข้อมูลอีกว่า วัณโรคสามารถติดต่อกันได้ทางอากาศ คนที่อยู่ใกล้ชิดกัน ในที่ทำงาน หรือครอบครัว ก็สามารถติดได้เช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาประเทศไทยพบผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคหลังโพรงจมูก และรักษาหายมาแล้วทั้งหมด 39 คน ตั้งแต่ปี 2535 โดยพบเป็นรายแรกที่จังหวัดกาญจนบุรี พบที่ศิริราช 15 ราย ขอนแก่น 23 ราย และล่าสุดที่กรุงเทพฯ อีก 1 ราย ซึ่งการรักษาใช้วิธีการเดียวกับวัณโรคทั่วไป ระยะเวลาการรักษาในปัจจุบัน หากตรวจพบจะอยู่ที่ประมาณ 6 เดือน ดังนั้น แพทย์แนะนำว่า ควรจะตรวจสุขภาพประจำปีทุก ๆ ปี ก็สามารถครอบคลุมได้ถึงร้อยละ 80 ของโรคทั้งหมด

ด้าน รศ.นพ.ปรัญญา สายลักษณ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายโดยขอบคุณครอบครัวของน้ำตาล ที่อนุญาตให้นำชิ้นเนื้อไปวินิจฉัย ซึ่งกรณีดังกล่าว ถือเป็นกรณีศึกษาให้ทั้งทางคณะแพทย์ และให้ประชาชนทั่วไปได้ระมัดระวังมากยิ่งขึ้นด้วย และยังขอบคุณไปถึงตัว น้ำตาล บุตรศรัณย์ ทองชิว อีกด้วย

จากสถิติของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2560 พบคนไทยเป็นวัณโรคประมาณ 80,000 คน จากประชากร 69 ล้านคน ร้อยละ 83 จะตรวจพบที่ปอด ร้อยละ 17 ตรวจพบนอกปอด สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูกพบได้น้อยกว่าร้อยละ 1 ของวัณโรคที่พบนอกปอด อีกทั้งวัณโรคสามารถเป็นได้ตามอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย 

สำหรับวัณโรคหลังโพรงจมูก รายงานทางการแพทย์ทั่วโลกพบว่าผู้ป่วย 1 ใน 3 อาจไม่มีอาการใด ๆ และประมาณร้อยละ 70 มีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หรือมีก้อนบริเวณหลังโพรงจมูก การวินิจฉัยวัณโรคหลังโพรงจมูก จึงมักได้จากการตรวจชิ้นเนื้อที่ก้อน หรือต่อมน้ำเหลือง.

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนจากกรณีของ น.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว คือ
1. อุบัติการณ์ของวัณโรคในประเทศไทยยังไม่ลดลงสามารถเกิดได้กับทุกคนทุกเพศทุกวัยและสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายอวัยวะ
2. ควรตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปี หากพบสิ่งผิดปกติใด ๆ จำต้องสืบค้นจนพบสาเหตุของความผิดปกตินั้น
3. แม้การตรวจร่างกายจะปกติ แต่หากมีอาการผิดปกติระยะเวลาหนึ่ง เช่น น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำ ๆ คลำพบก้อนเนื้อผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กันยา ละคร มาเต็มอิ่ม
Top