‘เสี่ยหนู’ ยังไม่ตอบจับขั้วไหน บอกมีในใจแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลาพูด
ดู 509 ครั้ง
ประจำวันที่ 20 พฤษภาคม 2562

 

ช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่โรงแรมโมเดน่า บาย เฟร์เซอร์ จังหวัดบุรีรัมย์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เนื่องจากมีเหล่าบรรดา ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 51 คน ได้เดินทางเข้ามาทานอาหารเช้าร่วมกัน ก่อนที่จะเข้าประชุมกันทั้งหมด ทั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าพรรค รวมไปถึงกรรมการบริหารพรรค โดยวาระสำคัญในการประชุมในวันนี้ก็คือ จะติวเข้มเพื่อให้ส.ส.ในพรรคได้รับทราบถึงสิทธิ และการทำหน้าที่ที่ถูกต้องและเป็นมืออาชีพ ของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยหลายคนเพิ่งได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก

ก่อนหน้าที่จะมีการประชุมในวันนี้ ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 51 คนนี้ได้ลงพื้นที่เพื่อไปขอบคุณชาวบ้านที่เลือกให้เข้ามาทำหน้าที่ และได้เข้าไปสอบถามความรู้สึกและความคิดเห็นของชาวบ้าน ว่าต้องการให้พรรคภูมิใจไทยทำกิจกรรมทางการเมืองในรูปแบบไหน โดยเสียงของชาวบ้านทุกเสียงจะได้ถูกเอามาถ่ายทอดในที่ประชุมในวันนี้ื เพื่อที่จะได้เอามากำหนดท่าทีของพรรคที่จะมีการประกาศออกมาอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่อนที่เข้าไปประชุม ได้เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ถ้าทางพรรคจะจับขั้วกับใครก็ต้องมีการพิจารณาพร้อมกันทั้งกรรมการบริหารพรรค และส.ส.ของพรรคทุกคน ซึ่งสุดท้ายตนเองก็ต้องเป็นคนตัดสินอยู่ดี ตอนนี้ก็มีอะไรในใจอยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่อยากพูดอะไรในตอนนี้ ที่ผ่านมามีข่าวลือออกมามากมาย แต่ขอย้ำไว้ตรงนี้ว่า ยังไม่มีใครมาพูดคุยกับทางพรรคภูมิใจ ซึ่งเป็นพรรคลำดับที่ 5 อาจจะเป็นเพราะลำดับ 1 และ 2 ก็ยังไม่สามารถจัดตั้งได้เหมือนกัน

ส่วนการประชุมวันนี้คงได้ฉันทามติที่ค่อนข้างชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากจะให้ส.ส.ทั้ง 51 คน ทำการโหวตว่าจะให้พรรคเดินไปในทิศทางไหน ซึ่งตนเองก็ต้องเอาฉันทามตินี้ไปนั่งพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและใจเย็น เพราะเป็นเรื่องของบ้านเมือง และขอย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ร่วมงานกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย

พรรคภูมิใจไทยยังได้เชิญ วิทยากรจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือป.ป.ช. มาให้ความรู้ ในเรื่องการยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน พร้อมทั้งมีการประชุมเตรียมการตั้งคณะทำงานของกิจการ ส.ส.อีกด้วย

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังย้ำอีกว่า จะยึดหลักการเดิมที่ได้ประกาศเอาไว้ คือจะยึดผลประโยชน์ของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน เป็นที่ตั้งสำคัญ ดังนั้นไม่ว่าจะตัดสินใจไปในทางใด ก็จะไม่พ้นกรอบหลักการนี้เด็ดขาด.

Top